คลังเก็บหมวดหมู่: มุมมองต่างๆ

แอปแต่งรูปสไตล์ยุค 90s เปลี่ยนไอจีธรรมดาๆ

แอปแต่งรูปสไตล์ยุค 90S เปลี่ยนไอจีธรรมดาๆ แหม !! มันแน่นอนอยู่แล้วแหละว่า ผู้หญิงกับการถ่ายรูป มักเป็นของคู่กันอยู่แล้วใช่ไหมล่ะ?  พอเราได้รูปสวย ๆ ก็อยากจะมาคุมโทน

2 แอปแต่งรูปสไตล์ อันยองค่า สาวๆ SistaCafe วันนี้บอกเลยว่าเราจะ มาเอาใจสาวซิสที่รักในการแต่งรูป การคุมโทนไอจี 

ลงไอจีให้เก๋ ๆ ทางเราเลยได้นำแอปแต่งรูปเทพๆ ที่สาวซิสควรมีติดเครื่องมาบอกต่อกัน บอกเลย แต่ละแอปที่เราเอามาเนี่ย นางสามารถเนรมิตไอจีของเรา ให้กลายเป็นแนวยุค 90’s ได้เลยนะจ๊ะ

น่าสนใจกันใช่ไหมคะสาวๆ แอปแต่งรูปคุมโทน สไตล์ยุค 90’s วันนี้ ฟรีเกือบทั้งหมดเลยน้า  แต่ละแอปก็ใช้งานง้ายง่าย แถมเรายังมีเทคนิคการใช้มาสอนให้สาว ๆ ชาวซิสอีกด้วย

โอ๊ย จัดมาให้ขนาดนี้สาว ๆ ต้องลองไปดูกันแล้วล่ะมา มา ไม่รอช้ากัน ถ้าสาวๆ อยากรู้ว่า แอปแต่งรูปคุมโทนไอจีสไตล์ยุค 90’s จะมีแอปอะไรบ้าง ลูกเล่น และหน้าตาแอปเป็นยังไงบ้าง ตามมาดูกันเลยค่า

ไม่รู้จะเริ่มต้นคุมโทนยังไง! มาลองดู 3 สเต็ปนี้ก่อนซิส #คุมโทนสไตล์ยุค90’s   คุมโทนไอจีอย่างเดียวมันไม่พอ ! ชวนซิสมาแต่งหน้า INSTAGRAM MAKEUP ด้วย

1. ใส่สติ๊กเกอร์ ด้วย PicsArt #คุมโทนสไตล์ยุค90’s

แอปแต่งรูปคุมโทน แอปแรกที่อยากจะมานำเสนอสาว ๆ เลยก็คือ App PicsAst นั่นเองค่า เชื่อว่าสาวซิสหลายๆ คนต้องคุ้นเคยกับแอปนี้เป็นอย่างดี เพราะ นางลูกเล่นเยอะมาก

บอกเลยว่าครบครัน ไม่ว่าจะปรับ เสริม เติมแต่งยังไง แอปนี้นางเอาอยู่หมด !แต่สำหรับลูกเล่นที่เราจะมานำเสนอ ให้สาวซิสไปแต่งรูปคุมโทนเป็นสไตล์ยุค 90’s เนี่ย ก็คือ การใส่อีโมจิเข้าไปในรูปนั่นเอง

แอบบอกเลยว่าแต่งแนวนี้แล้ว จะช่วยให้ภาพของเราที่ดูธรรมด๊า ธรรมดา เป็นภาพที่ดูแนว เก๋ ดูมีอะไรมากขึ้น ถ้าอยากเห็นแล้วว่าแต่งออกมาแล้วจะเป็นยังไง มาดูกันเลยค่ะสาว ๆ

วิธีแต่งรูปคุมโทนสไตล์ยุค90’s ด้วย App PicsArt

1. ก่อนอื่นต้องดาวน์โหลด App PicsArt ( แอบบอกเลยว่าเป็นแอปฯ ฟรีด้วยน้า )
2. เลือกรูปที่สาวซิสต้องการจะแต่ง แล้วไปที่ลูกเล่น “ข้อความ” 
3. เราจะไม่ใส่ข้อความลงไป แต่เลือกเป็น อีโมจิแทน
4. ใส่อีโมจิ ได้เท่าที่สาวๆ ต้องการเลย
5. ถ้าสาวๆ อยากให้อีโมจิ เป็นเหมือนแบ็คกราวนด์ของเราเนี่ย สามารถใช้ลูกเล่นยางลบ ลบส่วนเกินที่ทับอยู่บนหน้าเราได้เลย6. เสร็จเรียบร้อยค่า 

2. ใส่ตัวอักษร ด้วย Phonto 

คุมโทนสไตล์ยุค90’s มากันที่แอปต่อมา สำหรับการแต่งรูปคุมโทนสไตล์ 90’s บอกเลยว่าแอป Phonto นี้ เป็นแอปที่เซียนในเรื่องของการใส่ text แบบสุด ๆ เลยค่ะ ไม่ว่าสาว ๆ จะอยากใส่ข้อความที่มีลูกเล่นแบบไหน

นางจัดให้เราได้หมด ทั้ง Font ที่มีมาให้เลือกแบบหลากหลาย หรือลูกเล่นต่าง ๆ เช่น เงาข้อความ การจัดระยะห่างข้อความ ระยะห่างบรรทัด หรือจะเป็นการจัดวางรูปแบบเป็นทรงกลม

ทรงโค้งบอกเลยว่านางครบครัน! ยิ่งสาว ๆ คนไหนที่รักการคุมโทน ลองเลือกฟอนต์แบบเก๋ ๆ ดูสิคะ บอกเลยว่า การใส่ text ลงไปในรูป ก็ทำให้รูปของเราดูเป็นสไตล์ ยุค 90’s ได้แล้วน้า มาดูกันค่ะว่า แต่งออกมาแล้ว จะเป็นยังไง

วิธีแต่งรูปคุมโทนสไตล์ยุค 90’s ด้วย App Phonto

1. โหลดแอป Phonto ก่อนเลยเป็นอันดับแรก ( แอปนี้ก็ฟรีอีกเช่นเคย)2. หลังจากเลือกรูปได้แล้ว ให้คลิกไปที่ภาพ แล้วใส่ Text ได้เลย
3. ในส่วนของลูกเล่น สาวๆ สามารถเลือกได้เลยว่าต้องการแบบไหน  
– ตัวเลือกที่ 1 เป็นช่องใส่ข้อความ  
– ตัวเลือกที่ 2 เป็นรายการรูปแบบฟอนต์ให้เราเลือก  
– ตัวเลือกที่ 3 เป็นการตั้งค่าสี สีขอบตัวอักษรและสีพื้นหลังตัวอักษรให้เราเลือก  
– ตัวเลือกที่ 4 การปรับขนาดตัวอักษร  
– ตัวเลือกที่ 5 การปรับตัวอักษรจะให้ตั้งเป็นแนวไหน แนวเฉียง ตรง นอนหรือตั้ง  
– ตัวเลือกที่ 6 การเลือกตำแหน่งการวางตัวอักษร ว่าจะให้อยู่ส่วนไหนของภาพ  
– ตัวเลือกที่ 7 เป็นลูกเล่นความโค้งของประโยค จะให้โค้งเป็นครึ่งวงกลม หรือเป็นวงกลม
4. ได้ตัวอักษร แบบที่ต้องการ สาว ๆ ก็บันทึก ถือเป็นอันเสร็จเรียบร้อยค่า 

เทคนิคถ่ายภาพเบื้องต้นสำหรับมือใหม่

เทคนิคถ่ายภาพ เทคนิคถ่ายภาพเบื้องต้นสำหรับมือใหม่ นี้ไม่ว่าเราจะเป็นมือใหม่หรือว่าจะเป็นคนที่มีประสบการณ์ถ่ายภาพมาบ้างแล้ว แต่เชื่อว่าทิปส์ทั้ง 7 อย่างนี้จะช่วยปรับปรุงการถ่ายภาพของเราให้ออกมาดีขึ้นแบบง่าย ๆ กันเลยทีเดียว ซึ่งเป็นพื้นฐานหลาย ๆ อย่างที่ทำให้เราเข้าใจเรื่องการถ่ายภาพมากขึ้น

7 เทคนิคถ่ายภาพเบื้องต้นสำหรับมือใหม่

1. กฎสามส่วน หรือ RULE OF THIRD ซึ่งในต่างประเทศใช้ RULE OF THIRD หมายถึงทั้ง กฎสามส่วน และ จุดตัดเก้าช่อง

กฏนี้ช่วยให้เราถ่ายภาพที่น่าสนใจ สะดุดตาได้ โดยกฎสามส่วน และจุดตัดเก้าช่องนี้ เป็นพื้นฐานที่ยังไงก็ต้องสัมผัสและเข้าใจให้ได้ ซึ่งภาพที่ดูน่าสนใจนั้นใช้การจัดองค์ประกอบภาพโดยใช้กฎสามส่วน และจุดตัดเก้าช่องแทบทั้งนั้นเลย ในการใช้ Rule of Third ให้เราจินตนาการถึงเส้นสี่เส้น แนวนอนสอง และแนวตั้งสอง โดยทั้งหมดนี้จะสร้างเป็นตาราง 9 ช่องด้วยกัน

ซึ่งการจัดวางตำแหน่งที่เหมาะสมนั้นก็ตามนั้นเลย ที่เราเรียกจุดตัดเก้าช่องเพราะเราจะวางวัตถุหรือสิ่งที่น่าสนใจไว้ตรงจุดตัดนั่นแหละ ไม่ว่าเราจะถ่ายภาพต้นไม้ ขอบฟ้า ถ้าเราวางจุดสนใจไว้ตรงจุดตัดก็จะทำให้คนดูเพ่งความสนใจไปตรงนั้นนั่นเอง ซึ่งการใช้กฎสามส่วนหรือ Rule of Third นี้ เป็นเรื่องจำเป็นมาก ๆ สำหรับการเริ่มต้นถ่ายภาพให้ดูสมดุลและมีความน่าสนใจครับ

หากอยากจะลงลึกกว่านี้เรื่องการใช้ กฎสามส่วน และจุดตัดเก้าช่อง สามารถอ่านเพิ่มได้จากทั้งสอบบทความนี้ครับ

2. หลีกเลี่ยงการที่ทำให้กล้องสั่นไหว การทำให้เกิดภาพเบลอ (ควรเข้าใจด้วยว่าทำไมภาพนี้ถึงชัด ภาพนี้ถึงเบลอ เกิดจากอะไร?)

กล้องสั่นหรือเบลอ เป็นสิ่งที่คนถ่ายรูปไม่ว่าจะเริ่มต้นหรือมีประสบการณ์แล้วต้องเซ็งแน่ ๆ แต่สำหรับมือใหม่นี่คือวิธีที่หลีกเลี่ยงเรื่องการสั่นไหวของกล้องหรือเบลอได้ครับ

ขั้นแรก เราก็ต้องเรียนรู้การถือกล้องอย่างถูกต้อง (เบสิกสุด) ใช้มือทั้งสองข้างถือกล้องไว้ ด้านขวาจับที่กล้องและ Grip ให้กระขับมือ ส่วนมือซ้ายประคองเลนส์ไว้ อันนี้พื้นฐานหลายคนก็รู้แล้วแหละ แต่ก็ยังมีอีกเรื่องนึง

การถ่ายภาพด้วยการถือกับมือเปล่า ๆ ควรตรวจสอบว่าเราใช้ความเร็วชัตเตอร์ที่เหมาะสมกับทางยาวโฟกัสของเลนส์เราไหม หากความเร็วชัตเตอร์ของเราช้าเกินไป การเคลื่อนไหวที่เกิดขึ้นไม่ว่าจะเป็นตัวกล้องเอง หรือมือเรา มันก็จะทำให้ภาพออกมาเบลอ กฎง่าย ๆ ที่ไม่ควรลืมคือ ถ้าจะถือด้วยมือเปล่าอย่าใช้ความเร็วชัตเตอร์ที่ต่ำกว่าทางยาวโฟกัสครับ

ดังนั้นถ้าเราใช้เลนส์ระยะ 100mm ความเร็วชัตเตอร์เราก็ไม่ควรจะต่ำกว่า 1/100 ครับ ในกรณีที่ถือกับมืออะนะ เว้นแต่ว่ากล้องจะมีระบบชดเชยกันสั่นที่ดี หรือใช้ถ่ายภาพกับขาตั้ง ก็สามารถชดเชยตรงนี้ได้ แต่ในประเด็นนี้ให้เข้าใจก่อนว่า ความเร็วชัตเตอร์ไม่ควรน้อยกว่าทางยาวโฟกัสครับ

3. ทำการบ้านเรื่อง EXPOSURE TRIANGLE ความสัมพันธ์ของสามค่า SHUTTER SPEED – ISO – APERTURE

เพื่อให้ภาพถ่ายของเราได้ค่าแสงที่โอเคที่สุด ตรงตามความต้องการที่สุด เราควรจะเข้าใจเรื่องความสัมพันธ์ของค่าแสง หรือ Exposure Triangle จะมีสามค่าด้วยกันคือ Aperture หรือ รูรับแสง, Shutter Speed หรือ ความเร็วชัตเตอร์ และ ISO หรือค่าความไวแสง

นอกจากนี้เรายังจำเป็นต้องทำความเข้าใจเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างการควบคุมทั้งสามค่านี้ เมื่อเราปรับตัวเลือกเหล่านี้สักตัว เราก็ต้องเข้าใจว่ามันจะกระทบอะไรกับภาพถ่ายของเรา หรือกระทบกับค่าอื่น ๆ ที่เหลือหรือเปล่า

ดังนั้นเรื่อง Exposure Triangle เลยเป็นเรื่องที่สำคัญมาก ๆ ดังนั้นถ้าหากว่าเราอยากจะอ่านเพิ่มเติมเรื่องนี้ผมทำไว้เรียบร้อยแล้วครับ

4. ใช้ POLARIZE FILTER หรือฟิลเตอร์สำหรับตัดแสงสะท้อน

ฟิลเตอร์สำหรับตัดแสงสะท้อนหรือว่า PL Filter จะทำให้ภาพของเราลดการสะท้อนจากโลหะและแก้วลง แล้วยังเพิ่มสีสันให้กับท้องฟ้า ทำให้ภาพของเราดูมีสีสันและมีมิติมากขึ้น สำหรับคนที่ไม่เคยใช้ผมแนะนำลองหามาใช้ดูครับ รับรองว่าภาพที่ได้ โทนสี รายละเอียดภาพที่เคยหายไปเพราะแสงสะท้อน จะกลับมา และทำให้ภาพของเรามีรายละเอียดที่เยอะมากขึ้น

5. ถ่ายภาพให้เห็นความชัดของฉากหลัง สื่อถึงมิติที่ลึกลงไป โดยเฉพาะการถ่ายภาพวิวกับคน

เมื่อเราถ่ายภาพทิวทัศน์ (ภาพวิวนั่นแหละ) เรามักจะให้รายละเอียดกับความคมชัดทั้งภาพ การใช้เลนส์มุมกว้างสำหรับเก็บรายละเอียดกว้างมาก ๆ เข้าไปในภาพก็เป็นเรื่องที่เหมาะเหมือนกันที่จะให้ภาพเราเห็นถึงความลึกของภาพ หรือถ้าเราไม่มีก็เลือกใช้รูรับแสงที่แคบหน่อยเพื่อที่จะให้ระยะชัดครอบคลุมทั่วทั้งภาพ ถ้าหากว่าแสงเข้ากล้องน้อยเกินไป (หากถ่ายช่วยแสงน้อย และใช้รูรับแสงแคบ) ก็ควรมีขาตั้งด้วยครับ

6. เลือกใช้พื้นหลังแบบง่าย ๆ

วิธีง่าย ๆ ในการถ่ายภาพที่เหมาะกับมือใหม่คือ ต้องคิดก่อนว่าเราควรจะใส่อะไรเข้าไปในภาพ โดยที่ไม่ทำให้ภาพเกิดความสับสนของเนื้อหาในภาพ

ถ้าเป็นไปได้แรก ๆ ให้เลือกใช้พื้นหลังแบบธรรมดา ๆ เลย ธรรมดายังไงล่ะ ก็คือสีพื้นหลังที่ดูเรียบ ๆ ไม่มีรายละเอียดมากวนมาก เพื่อช่วยให้คนหรือแบบในภาพเด่นชัดขึ้น โดยเฉพาะดวงตา ทำให้คนดูมองไปที่ตัวแบบแทนที่จะดูฉากหลังแปลก ๆ ที่โดดเด่นแบ่งตัวแบบนั่นเอง แล้วก็เป็นไอเดียที่ง่ายซึ่งเหมาะกับมือใหม่ที่อาจจะจัดองค์ประกอบที่ซับซ้อนยังไม่ถนัดนักครับ

7. อย่าเพิ่งรีบใช้แฟลช ให้ลองตั้งค่าถ่ายแบบไม่ต้องใช้แฟลชก่อนก็ได้ (ลองอ่านเหตุผลดู)

แฟลชแม้ว่าจะสามารถเปิดรายละเอียดของส่วนมืดได้ (ถ้าหากว่าแสงแฟลชไปถึงและใช้อย่างเหมาะสม) แต่ว่าการถ่ายภาพในการอาคารร่วมกับการใช้แฟลชสำหรับมือใหม่ที่ยังไม่เคยฝึกการใช้แฟลชอย่างจริง ๆ จัง ๆ แฟลชอาจจะสร้างปัญหาให้เราได้ ทั้งวิธีการถ่าย การเบาซ์แฟลช เป็นต้น แล้วทำไงล่ะ ง่าย ๆ คือยังไม่ต้องใช้ครับ

การถ่ายภาพในอาคารด้วยแสงธรรมชาติมันก็สวยนะ แล้วจัดการได้ง่าย วิธีการคือแรก ๆ ให้เราใช้รูรับแสงกล้องที่กว้างที่สุดก่อน จากนั้นเลือกใช้ความเร็วชัตเตอร์ที่สัมพันธ์กับเลนส์ครับ แล้วก็เพิ่ม ISO ให้เหมาะสม

อาจจะต้องดัน ISO บ้างเพื่อให้กล้องไวต่อแสงมากขึ้น แต่ก็เป็นเรื่องง่ายที่สุดสำหรับมือใหม่ แค่นี้เราก็ถ่ายภาพได้เลยโดยที่ไม่ต้องใช้แฟลชครับ (เว้นแต่โจทย์เราต้องการจะใช้แฟลชจริง ๆ จัง ๆ อันนั้นอีกเรื่องนึงละ)

นอกจากนี้ถ้าหากว่ากล้องเรามีระบบกันสั่นจะช่วยให้เราใช้ความเร็วชัตเตอร์ที่ต่ำกว่าทางยาวโฟกัสได้บ้าง ซึ่งนั่นก็แล้วแต่ครับว่ากล้องแต่ะละตัวชดเชยระบบกันสั่นได้แค่ไหน

จุดโฟกัส การถ่ายรูป พื้นฐานเกี่ยวกับกล้อง

จุดโฟกัส การถ่ายรูป เคยรู้สึกสับสนเกี่ยวกับความหมายของคำว่า “ความเร็วชัตเตอร์”, “รูรับแสง”, “ความไวแสง ISO”, “การชดเชยแสง”, “สมดุลแสงขาว” บ้างหรือไม่  ไม่ต้องกังวลอีกต่อไป

เพราะบทความต่อเนื่องชุดพื้นฐานเกี่ยวกับกล้องของเราจะพาคุณไปรู้จักแนวคิดพื้นฐานที่สำคัญของการถ่ายภาพเหล่านี้ ซึ่งไม่เพียงคุณจะรู้จักกล้องของคุณดีขึ้น แต่ยังมีความเข้าใจมากขึ้นเกี่ยวกับการปรับโหมดและการตั้งค่ากล้องต่างๆ เพื่อให้ได้ภาพถ่ายที่ยอดเยี่ยมอีกด้วย

สิ่งแรกที่ต้องพิจารณาเมื่อถ่ายภาพด้วยกล้องดิจิตอลคือ ผลกระทบของรูรับแสงที่มีต่อภาพถ่ายของคุณ การเปิดรูรับแสงให้กว้างขึ้นหรือแคบลงจะทำให้ภาพถ่ายที่ได้เปลี่ยนแปลงไปอย่างไรบ้าง ในบทความนี้ เราจะมาศึกษาถึงผลกระทบของค่ารูรับแสงต่างๆ ที่มีต่อระยะชัดโดยการเปรียบเทียบตัวอย่างและเรียนรู้แนวคิดเกี่ยวกับ f-stop กัน

ในการถ่ายภาพ คุณจะต้องการทำความเข้าใจเกี่ยวกับความเร็วชัตเตอร์และเอฟเฟ็กต์ที่จะเกิดขึ้นกับภาพถ่ายของคุณ แล้วคุณสามารถใช้ความเร็วชัตเตอร์ที่สูงขึ้นหรือต่ำลงเพื่อสร้างเอฟเฟ็กต์ชนิดใดได้บ้าง เราลองมาดูเอฟเฟ็กต์ที่เกิดจากการใช้ความเร็วชัตเตอร์ในระดับต่างๆ โดยอาศัยตัวอย่างดังต่อไปนี้กัน

การเปิดรับแสงคือหนึ่งในปัจจัยหลักที่จะกำหนดว่าภาพถ่ายของคุณจะออกมาเป็นอย่างไร เราลองมาพูดคุยถึงวิธีเริ่มใช้ประโยชน์จากการเปิดรับแสงเพื่อให้ได้ผลภาพที่ดีที่สุดกัน

การชดเชยแสงเป็นฟังก์ชันที่คุณสามารถใช้เพื่อเปลี่ยนการตั้งค่าการเปิดรับแสงของกล้อง (ระดับแสงที่เหมาะสมซึ่งกำหนดโดยกล้อง) ให้เป็นค่าที่คุณต้องการได้ ต่อไปนี้เราจะมาทำความรู้จักกับฟังก์ชันนี้กันให้มากขึ้น พร้อมกับเรียนรู้วิธีที่จะทราบว่าตัวแบบต่างๆ ควรมีการชดเชยแสงเป็นบวกหรือเป็นลบ

ความไวแสง ISO เป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อการเปิดรับแสงพอๆ กับรูรับแสงและความเร็วชัตเตอร์ ตอนนี้เราจะมาทำความรู้จักถึงข้อดีและข้อเสียของการเพิ่มความไวแสง ISO กัน

สมดุลแสงขาว คือ คุณสมบัติที่ช่วยให้มั่นใจว่าสีขาวในภาพถ่ายจะได้รับการถ่ายทอดอย่างแม่นยำ ไม่ว่าจะถ่ายภาพภายใต้สภาพแสงแบบใดก็ตาม ในการถ่ายภาพขั้นพื้นฐานมากๆ เรามักเลือกใช้การตั้งค่าสมดุลแสงขาวอัตโนมัติ อย่างไรก็ดี การตั้งค่านี้ไม่ใช่วิธีแก้ปัญหาที่เหมาะสมกับทุกสถานการณ์ หากต้องการตั้งค่าสมดุลแสงขาวให้เหมาะสมกับแหล่งกำเนิดแสงมากที่สุด ควรเลือกการตั้งค่าสมดุลแสงขาวล่วงหน้าจากกล้องของคุณ

ฟังก์ชั่นการวัดแสงเป็นฟังก์ชั่นที่ใช้วัดความสว่างของตัวแบบ และนำมากำหนดค่าการเปิดรับแสงที่เหมาะสมที่สุดสำหรับภาพถ่าย เราลองมาทำความรู้จักเกี่ยวกับโหมดการวัดแสงแต่ละโหมด และไอเดียดีๆ เกี่ยวกับวิธีใช้งานที่เหมาะที่สุดสำหรับสภาวะ/ฉากต่างๆ กัน

สิ่งหนึ่งที่ช่วยสื่อจุดมุ่งหมายในการถ่ายภาพของช่างภาพไปสู่ผู้ชมคือการจับโฟกัส แล้วเคล็ดลับในการจับโฟกัสที่ดีที่สุดมีอะไรบ้าง เราจะมาเรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับคุณสมบัติพิเศษของโฟกัสอัตโนมัติ (AF) และโฟกัสแบบแมนนวล (MF) กัน

เทคนิคการออกแบบและจัดองค์ประกอบสำหรับการถ่ายภาพอาหาร

เทคนิคการออกแบบ อาหารบางอย่างดูน่าทานหรือสวยงามมากจนคุณต้องถ่ายภาพเพื่อแชร์ในโซเชียลมีเดีย แต่หากคุณรู้สึกว่าภาพถ่ายของคุณเริ่มไม่ต่างจากคนอื่นๆ อาจได้เวลาลองใช้มุมหรือสไตล์การถ่ายภาพที่แตกต่างไปจากเดิมดูบ้าง ต่อไปนี้คือเคล็ดลับและไอเดียการออกแบบและจัดองค์ประกอบภาพที่ช่วยให้คุณได้ภาพที่ต่างออกไป 

ภาพจากมุมสูงเป็นวิธีแสดงให้เห็นถึงวาฟเฟิลทรงกลมได้ดีเยี่ยมทีเดียว ฉันจัดวางเลย์เอาต์ของจานให้ดูสบายๆ เพื่อสื่อถึงมื้ออาหารที่สนุกสนานและผ่อนคลาย อัตราส่วนภาพ 1:1 และองค์ประกอบภาพแบบสี่เหลี่ยมจัตุรัสช่วยดึงความสนใจไปที่จานทรงกลมมากขึ้น

เทคนิคถ่ายภาพจากด้านบนตรงๆ เพื่อเน้นสีสันและรูปทรง

วิธีหนึ่งที่จะเน้นสีสันและรูปทรงของขนมหวานหรืออาหารในจานก็คือ การถ่ายภาพจากด้านบนตรงๆ เช่น ถ่ายภาพจากมุมสูง

เมื่อคุณสามารถหาตำแหน่งถ่ายภาพได้แล้ว ให้เปลี่ยนอัตราส่วนภาพเป็น 1:1 จากนั้นกำหนดวิธีจัดองค์ประกอบภาพในกรอบสี่เหลี่ยม คุณไม่จำเป็นต้องรวมภาพจานทั้งใบไว้ในเฟรม อันที่จริง

หากคุณถ่ายภาพเค้กหรือขนมอบชิ้นเล็กๆ การวางจานทั้งใบในภาพจะยิ่งทำให้ขนมดูมีขนาดเล็กยิ่งขึ้น อาหารควรเป็นตัวแบบหลักของภาพ ดังนั้น ควรขยับเข้าใกล้ให้มากที่สุดเท่าที่ทำได้ แม้ว่าบางส่วนของจานจะต้องหลุดเฟรมภาพไปก็ตาม

หากทำได้ ควรถ่ายภาพในสถานที่ที่มีแสงธรรมชาติแทนแสงเทียมในร่ม เพราะจะทำให้ภาพดูสวยงามกว่า และหากมีของประกอบฉากหรือของตกแต่งที่อยู่สูงพอสมควร เช่น ดอกไม้ คุณสามารถนำมาจัดไว้รอบๆ อาหารเพื่อสร้างความลึกและมิติในภาพถ่ายได้ อีกทั้งยังทำให้ผู้ชมมองเห็นขนาดของอาหารอีกด้วย

ภาพจากมุมสูงเป็นวิธีแสดงไอซิ่งหลากสีสันบนคัพเค้กเหล่านี้ได้ดีเยี่ยม ฉันวางจานให้เอียงเล็กน้อยเพื่อเพิ่มพลังให้กับภาพ ดอกไม้บนโต๊ะซึ่งสูงกว่าคัพเค้กช่วยสร้างความลึกในภาพถ่าย

เทคนิคเพิ่มองค์ประกอบด้านมนุษย์เพื่อทำให้ผู้ชมรู้สึกเป็นส่วนหนึ่งของฉาก

การมีคนในภาพถ่ายอาหารนับเป็นเรื่องดี เนื่องจากจะช่วยเพิ่มชีวิตชีวาและเรื่องราวให้กับภาพถ่าย การจับภาพช่วงเวลาต่างๆ เช่น มีดที่กำลังหั่นเค้กหรือน้ำเชื่อมหรือซอสที่กำลังเทลงบนอาหาร อาจเพิ่มองค์ประกอบของความตื่นเต้นน่าสนใจลงในภาพถ่าย

หากคุณถ่ายภาพข้างต้นนี้ด้วยตัวเองคงเป็นเรื่องยาก จึงควรให้เพื่อนที่มาด้วยกันเป็นนางแบบให้ โดยไม่จำเป็นต้องแสดงใบหน้านางแบบ เพียงให้ส่วนใดส่วนหนึ่งของร่างกาย เช่น มือ อยู่ในเฟรมภาพ และปล่อยที่เหลือให้เป็นจินตนาการของผู้ชม

ตำแหน่งที่วางจานไม่ใช่เรื่องสำคัญตราบใดที่ผู้ชมรู้สึกเหมือนอยู่ในฉาก อย่ารวมเมนูหรือสิ่งที่ดูสมจริงเกินไปไว้ในภาพ

แต่ควรวางผ้าเช็ดปากสวยๆ หรืออะไรที่คล้ายกันอย่างเหมาะสม วิธีนี้จะทำให้เกิดเอฟเฟ็กต์คล้ายภาพแบบมุมมองภาพยนตร์ ซึ่งผู้ชมรู้สึกราวกับกำลังประสบฉากนั้นด้วยตนเอง

สุดยอดไอเดียการถ่ายภาพแต่งงาน

ถ่ายภาพแต่งงาน

1.             ซากุระ หรือ หิมะ ถ่ายภาพแต่งงาน อันนี้ต้องออกเดินทางกันไกลพอสมควร แต่บอกได้เลยว่าคุ้มค่ามากเพราะ หิมะสีขาวที่โปรยปรายเบาๆ หรือ ซากุระสีชมพูที่พลิ้วไหวตามสายลม มันช่างอ่อนหวานและบริสุทธิ์ เปรียบประดุจ ตัวแทนแห่งรักแท้จริง

2.             นั่งหลับบนชิงช้าแล้วอิงพิงกัน สวีตมว๊าก ได้แสงสวยๆ ชิงช้าเก่าๆ มีเถาวัลย์เล็กๆ พันรายรอบไปมา น่ารักน่าชัง สื่อความหมายว่าจะเป็นที่พึ่งพิงของกันและกันทุกเมื่อเชื่อวัน ทุกโมงยาม

3.             ยืนจ้องสบตากัน แล้วใช้คนจำนวนมากเดินสวนกันไปมา โฟกัสมาที่คู่เจ้าบ่าวและเจ้าสาว ประหนึ่งว่าในกลุ่มคนมากมายแต่สุดท้ายเราก็หากันจนเจอ จะให้ดีไปถ่ายกลางถนน ชิบูย่า ตอนคนกำลังข้ามจะเพอร์เฟคมาก 555+ แต่ไกลไปหน่อยนะ

4.             อันนี้ผมไม่น่าจะลืมได้เลย กลางสายฝนที่โปรยปราย ชุดเจ้าบ่าวปละชุดเจ้าสาวเปียกปอน หยดน้ำไหลลู่ลงปลายเส้นทั้งสองกำลังก้มลงจะจูบกัน หวานซะจนหมดมดเป็นเบาหวานได้เลย

5.             ชุดไทยโบราณ หรือชุดอะไรก็ได้ครับ เอาให้เป็นสมัยโบราณ จัดแสงจัดฉากเอาโบราณให้หมด ประมาณว่าชาติที่แล้วเราก็ได้ครองคู่กันเหมือนกับชาตินี้ และจะเป็นอย่างนี้ทุกชาติไป

6.             ภูเขา ยอดเขาสูง ต้องเอาแบบสูงๆเลยนะ อาจะลำบากสักหน่อย เจ้าบ่าวและเจ้าสาวยืนกอดกัน ปลายจมูกเกือบจะแนบชิด ฉาฏหลังเป็นท้องฟ้าที่กว้างใหญ่และขุนเขาที่ยิ่งใหญ่มั่นคง ความหมายชัดเจนมาก รักนี้จะไม่มีวันสลายและยิ่งใหญ่ราวกับท้องฟ้า

7.             ในคืนที่มืดมิด เราสองเดินทางมาพบกันกลางสะพานที่เงียบสงัด และทันใดนั้นก็มีแสงไฟพราวประกายจากดอกไม้ไฟที่เจิดจ้า สุกสกาว สว่างสดใส ณ ปลายฟ้า เปรียบดั่งในค่ำคืนที่มืดมิดนั้นเมื่อเราพบกันเธอกับฉันก็พบกับแสงแห่งชีวิต

เป็นยังไงบ้างครับ สำหรับไอเดียดี ๆ สำหรับการถ่ายภาพพรีเวดดิ้งที่ผมได้เสนอไป หวังว่าจะโดนใจว่าที่เจ้าบ่าว เจ้าสาวกันบ้างนะครับ  อย่าลืมนะครับว่า คงมีโอกาสไม่บ่อยนักที่เราจะได้ถ่ายภาพพรีเวดดิ้ง หรืออาจจะเป็นครั้งเดียวเท่านั้น ดังนั้นคุณควรเอาใจใส่ในทุกขั้นตอนของการถ่าย และร่วมแชร์ไอเดียของคุณกับช่างภาพเสมอ เพื่อให้คุณได้ภาพที่โดนใจคุณมากที่สุด เผื่อว่า หากวันใดที่ความรักพวกคุณอาจจืดจางลง เมื่อกลับมามองภาพนี้ ถ่ายภาพแต่งงาน คุณอาจจะนึกถึงช่วงเวลาที่คุณรักกันมากที่สุด มันอาจจะช่วยเติมความหวานและความเข้าใจให้การใช้ชีวิตคู่ของคุณก็ได้

ไอเดีย สุดเก๋ สำหรับถ่ายภาพพรีเวดดิ้ง

ถ่ายภาพพรีเวดดิ้ง

ไอเดีย สุดเก๋ สำหรับถ่ายภาพพรีเวดดิ้ง           

ถ่ายภาพพรีเวดดิ้ง เมื่อความรักสุกงอมจนมาถึงวันสำคัญ คือวันที่คนสองคนตัดสินใจที่จะแต่งงานและใช้ชีวิตร่วมกัน  หลังจากตกลงค่าสินสอดและวางแพลนต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นวัน เวลา และสถานที่ในการจัดงานแล้ว  ปัจจุบันนี้ นอกจากจะต้องวิ่งวุ่นเตรียมงานต่าง ๆ แล้ว สิ่งสำคัญอีกอย่างที่คู่บ่าวสาวให้ความสำคัญไม่น้อยไปกว่าการเตรียมงาน เตรียมชุด เตรียมของชำร่วยก็คือ “การถ่ายภาพพรีเวดดิ้ง”  โดยภาพพรีเวดดิ้งนั้นนอกจากจะสามารถใช้ประโยชน์ในการจัดตกแต่งงานแล้ว ยังเปรียบเสมือนเมมโมรี่ที่เก็บภาพที่งดงามในช่วงที่คนสองคนรักกันมากที่สุด จนถึงขั้นตกลงใช้ชีวิตร่วมกันอีกด้วย ดังนั้น บ่าวสาวทุกคนย่อมอยากได้ภาพพรีเวดดิ้งที่สวยงาม และตรงตามความต้องการของตนเอง

เรามาดูกันครับว่ามีการถ่ายภาพพรีเวดดิ้งแบบไหน ที่เป็นที่นิยมและเป็นไอเดียใหม่เพื่อคุณจะลองเอาไปใช้บ้าง

  1. ตอนพระอาทิตย์กำลังจะตกดิน ใครๆก็นิยมครับเพราะแสงจะสวยมากและยิ่งได้สนามทุ่งหญ้าโล่งกว้าง หรือริมทะเล ต้องบอกว่า โรแมนติกมว๊ากกก
  2. ถ่ายภาพบนตึกสูง เอาแบบสูงๆเลยนะครับ จับมือกัน แล้วให้ข้างหลังเป็นฉากของแสงไฟยามค่ำในเมืองใหญ่ สื่อความหมายว่าในเมืองที่มีผู้คนมากมายและฉันก็ได้พบเธอ ฮิ้วๆๆๆ!!! น่ารักอะ
  3. เกี่ยวก้อยสัญญา อันนี้เห็นบ่อยครับ ตัวแทนแห่งรักนิรันดร์
  4. ไปเรียกเพื่อนเจ้าบ่าวกับเพื่อนเจ้าสาวมาทั้งหมด แล้วมายืนเรียงกันเป็นรูปหัวใจถ่ายภาพจากมุมสูง หรือถ้าอยากได้หัวใจใหญ่ ก็ไปเรียกแขกมาด้วย 555+
  5. เจ้าบ่าวเจ้าสาว ยืนถ่ายคู่กันครับแต่ เอ๊ะ!!! ไม่ธรรมดาขนาดนั้น เพราะว่าเราจะให้เจ้าบ่างและจ้าวสาว ถือรูปแต่งงานใหญ่ ของคู่พ่อแม่ของเจ้าบ่าวเจ้าสาวเอาไว้ ประมาณว่า นี่คือคู่ที่รักกันและสานต่อตำนานความรักจากสองคู่ในรูปที่ถืออยู่ แหม ! ความหมายดีเชียว
  6. ภาพที่เจ้าบ่าวเจ้าสาวจูบกันครับ แต่เสริมนิดให้มีสไตล์เอาฉากหลังเป็นแยกในงานมายืนเรียงกันเยอะๆ แล้วเอามือปิดตา อันนี้เท่ห์อย่าบอกใคร
  7. ฉากคุกเข่าขอแต่งงาน อันนี้ก็ประทับใจ เจ้าสาวในชุดสีขาวกระโปงบานปลิดปลิวด้วยแรงล้ม เจ้าบ่าวคุกเข่าลงและกุมมือของเธอไว้ ทั้งสองสบตากันในยามที่แสงตะวันสาดแสงอ่อนๆ และมวลหมู่ไม้รายรอบ หาโลเคชั่นสักนิดเพื่อเนรมิตให้ประทับใจ
  8. เทรนลูกโป่งก็ยังใช้ได้ มีกันให้เห็นเกือบทุกงาน ไม่ว่าจะเป็นเจ้าบ่าวหรือเจ้าสาวถือเอาไว้ หรือจะประดับตกแต่งให้เป็นฉากหลัง ก็ยังสื่อความหมายว่ารักของเรานั้นจะล่องลอยไปถึงดวงดาวอยู่ดี
  9. ภาพขาวดำ ยังคงความโรแมนติก ถ่ายภาพพรีเวดดิ้ง ยิ่งได้โลเคชั่น หรือฉากหลังที่เป็นสไตล์เรโทร ก็ยิ่งดูมีมนต์ขลัง

การจัดองค์ประกอบ ของภาพที่จะถ่าย

การจัดองค์ประกอบ ของภาพที่จะถ่าย

สถานที่ที่เหมาะแก่การ ถ่ายภาพ Silhouette คือสถานที่เปิดโล่ง เช่น ชายหาด ทุ่งหญ้ากว้าง ๆ หรือริมแม่น้ำ เมื่อหาสถานที่และวัตถุ Silhouette ได้แล้ว ก็มาจัดองค์ประกอบของการถ่ายภาพ Silhouette กันต่อ ซึ่งทำได้ง่าย ๆ โดยให้วัตถุหรือตัวแบบอยู่ที่ฉากหน้า ส่วนท้องฟ้าเป็นฉากหลัง ถ้าให้ดีควรเป็นช่วงที่ท้องฟ้าโปร่งและไม่มีเมฆจะดีกว่า ซึ่งช่วยเพิ่มความสวยงามในภาพได้ ส่วนการวางตำแหน่งของวัตถุกับแสงก็เป็นเรื่องที่สำคัญ

สิ่งที่ควรพิจารณาในการจัดองค์ประกอบ

จัดองค์ประกอบ หรือจัดวางวัตถุให้อยู่ในตำแหน่งตามจุดมุ่งหมายสอดคล้องและสัมพันธ์กันในภาพ ซึ่งลักษณะนี้สามารถควบคุมได้ เช่น ถ่ายภาพคนภาพสิ่งของ ที่ผู้ถ่ายสามารถควบคุมการจัดวางตำแหน่งได้จัดองค์ประกอบหรือจัดวางวัตถุที่เราควบคุมไม่ได้ เช่น ตึกรามบ้านช่อง และเหตุการณ์เคลื่อนไหวต่าง ๆ แต่เราสามารถแก้ไขวัตถุที่ถูกถ่ายอยู่ในตำแหน่งที่ต้อการได้จุดและเส้น (Point & line) จุดเป็นพื้นฐานในทางศิลปทุกสาขาและเส้นก็เกิดจากการต่อกันของจุด เส้นใช้นำสายตาและแสดงการเคลื่อนไหวได้ไม่ว่าเส้นจะอยู่ลักษณะใด สามารถทำให้เกิดการเคลื่อนไหว (Dynamic) หรืออยู่กับที่ได้ที่นิยม

 สำหรับการถ่ายภาพให้ได้ภาพที่ตรงตามความต้องการ มีคุณค่า มีความงามทางด้านศิลปะ นอกจาก จะทำความเข้าใจในเรื่องของการใช้กล้องถ่ายภาพ และเครื่องมือที่มีคุณภาพแล้ว การจัดองค์ประกอบภาพ ก็เป็นสิ่งที่สำคัญ ที่จะทำให้ภาพมีคุณค่าขึ้น ดังนั้นเราจึงมาศึกษาการจัดองค์ประกอบภาพ ซึ่งในบทนี้ จะกล่าวถึงการจัดองค์ประกอบภาพอยู่ 10 ลักษณะ

รูปทรง  เป็นการจัดองค์ประกอบภาพที่ให้ความรู้สึก สง่างาม มั่นคง

รูปร่างลักษณะ มีการจัดองค์ประกอบภาพตรงข้ามกับรูปทรง คือเน้นให้เห็นเป็นภาพ 2 มิติ

ความสมดุลที่เท่ากัน  เป็นการจัดองค์ประกอบภาพเพื่อให้ภาพดูนิ่ง สง่างาม น่าศรัทธา คล้ายกับแบบเน้นด้วยรูปทรง แต่จะแสดงออกถึงความสมดุล 

ความสมดุลที่ไม่เท่ากัน  การจัดภาพแบบนี้ จะให้ความรู้สึกที่สมดุลย์เช่นเดียวกับแบบที่แล้ว แต่จะต่างกันอยู่ที่ วัตถุทั้งสองข้าง มีขนาดและรูปร่างที่แตกต่างกัน

ฉากหน้า  ส่วนใหญ่จะใช้ในการถ่ายภาพทิวทัศน์ หรือภาพอื่น ๆ ใช้ฉากหน้าเป็นตัวช่วยให้เกิดระยะ ใกล้ กลาง ไกล หรือมีมิติขึ้น

ฉากหลัง  พื้นหลังของภาพก็มีความสำคัญ หากเลือกที่น่าสนใจ กลมกลืน 

การตั้งค่ากล้องสำหรับ ถ่ายบุคคล

การตั้งค่ากล้องสำหรับ ถ่ายบุคคล

หนึ่งในเทคนิคพื้นฐานที่สุดสำหรับการ ถ่ายภาพพอร์ตเทรต คือการสร้างโบเก้ในแบ็คกราวด์ (พื้นหลังเบลอ) เพื่อให้ตัวแบบเด่นออกมา มีปัจจัยสามข้อที่ช่วยให้ผมสร้างโบเก้ที่ชัดเจนในแบ็คกราวด์ตามภาพด้านบนได้อย่างง่ายดาย นั่นก็คือระยะห่างจากแบ็คกราวด์ผมตรวจดูให้แน่ใจว่าได้เว้นระยะห่างระหว่างตัวเอง ตัวแบบ และอาคารที่ต้องการใช้เป็นแบ็คกราวด์
เลนส์

ถ่ายภาพบุคคล ส่วนใหญ่เราจะเน้นที่การละลายฉากหลังให้ความชัดเจนเฉพาะตัวแบบเนื่องจากเราต้องการให้แบบโดดเด่นมากที่สุดบนภาพ แต่หลายกรณีถ้าฉากหลังมีความสำคัญเราจะไม่ละลายฉากหลังออกนะครับเช่น มีวิวที่สวยงาม สถานที่สำคัญ หรือเส้นสายสวยงามที่ช่วยเสริมให้ภาพโดนเด่นเราจะไม่ละลายหลังออกซึ่งผมจะบอกเล่าให้ทุกท่านฟังในการตั้งค่าของทั้งสองแบบครับโหมดที่ผมแนะนำคือ A หรือ M หรือหากใครไม่ถนัดเล่นโหมด Manual ขอให้เลือกใช้โหมดออโต้แบบ Portrait

สังเกตง่ายๆว่าจะมีสัญลักษณ์รูปคนครึ่งตัว ซึ่งกล้องจะคำนวณค่าต่างๆให้เหมาะกับการถ่ายคนให้สวย ส่วนใครที่เลือกโหมด A หรือ M สาเหตุที่ผมให้เลือกโหมดนี้คือเราสามารถควบคุมความกว้างของรูรับแสงได้ซึ่งขนาดความกว้างของรูรับแสงจะมีผลโดยตรงว่าจะละลายฉากหลังได้มากแค่ไหนหากเราอยากถ่ายภาพบุคคลให้ละลายหลังมากๆ(ไม่เฉพาะคนนะครับใช้ได้กับการถ่ายภาพทุกอย่างเลย)สิ่งที่เราต้องทำคือตั้งค่ารูรับแสงให้กว้าง โดยในกล้องจะแสดงค่าขนาดรูรับแสงให้เราเห็นเป็นเลข F2.8 , F4, F5.6, F8,… ยิ่งค่า F มีเลขน้อยเท่าไหร่รูรับแสงจะยิ่งกว้างขึ้นทำให้ละลายหลังได้มากขึ้นเพราะระยะชัดมีอยู่น้อยเราเรียกว่า ชัดตื้น กลับกันถ้าเลข F มากรูรับแสงจะแคบภาพจะชัดตั้งแต่ข้างหน้าจนถึงข้างหลังเพราะระยะชัดมีมากเราเรียกว่า ชัดลึก

Focus Point ตำแหน่งโฟกัสอิสระ

Focus Point

Focus Point ตำแหน่งโฟกัสอิสระ

ตำแหน่งจุดโฟกัสนั้นเป็นเรื่องเริ่มต้นของนิยามความงามในภาพ หากไม่สามารถจับโฟกัสได้ถูกต้องก็อาจไม่มีโอกาสได้ภาพที่ต้องการ การเลือกหา จุดโฟกัส จะใช้ระบบหาโฟกัสแบบอัตโนมัติ แบบกึ่งอัตโนมัติ หรือแบบปรับตั้งเองไม่มีข้อบัญญัติหรือสูตรที่ตายตัวขึ้นกับความถนัดของนักถ่ายภาพแต่ละคน การถ่ายภาพที่มีความซับซ้อน หรือจุดที่ต้องการโฟกัสมีขนาดเล็กแนะนำให้ลองเลือกหาจุดโฟกัสแบบปรับตั้งเองเพราะสมองกลในกล้องไม่อาจคาดเดาความคิดได้เท่าทันสมองมนุษย์ หรือเพื่อย่นระยะเวลาปัจจุบันเลนส์รุ่นใหม่ๆจะรองรับระบบโฟกัสแบบกึ่งอัตโนมัติ คือเบื้องต้นให้กล้องคิดวิเคราะห์ให้ก่อนจากนั้นสามารถหมุนปรับละเอียดได้อีกที (Full-Time Autofocus) เพื่อช่วยประหยัดเวลา

 ซึ่งจำนวนของจุดโฟกัสมากก็สามารถครอบคลุมพื้นที่ภาพได้มาก และเอื้ออำนวยต่อการเลื่อนตำแหน่งจุดโฟกัสเมื่อใช้แบบจุดเดียวทั้งการควบคุมด้วยแป้นทิศทาง หรือควบคุมผ่านระบบสัมผัสของหน้าจอ LCD แบบ Capacitive ที่รวดเร็วแม่นยำสามารถกำหนดขนาดพื้นที่การโฟกัสได้หลายขนาดเพื่อให้ปรับตามความเหมาะสมของวัตถุที่ต้องการให้ค้นหา การเลื่อนจุดที่จะโฟกัสได้ทำให้สามารถจัดองค์ประกอบภาพไว้ก่อนแล้วค่อยแตะเลือกตำแหน่งชัดภายหลังได้ง่ายหากใช้ร่วมกับขาตั้งกล้องที่มั่นคง

Focus AF Lock

AF Lock

Focus AF Lock

การล็อค จุดโฟกัส เป็นเทคนิคการถ่ายภาพที่มีมานานมักใช้สำหรับจัดองค์ประกอบภาพในตำแหน่งที่ไม่มีจุดโฟกัสครอบคลุมถึง หรือตั้งตำแหน่งโฟกัสภาพไว้ตรงกลางตลอดเวลาเพียงแตะชัตเตอร์ค้างไว้แล้วถึงขยับเฟรมภาพให้เป็นไปตามที่ต้องการ อีกวิธีในการล็อคโฟกัสไม่ให้จุดโฟกัสเปลี่ยนไปจากที่ตั้งระยะไว้ คือเมื่อกล้องและเลนส์หาจุดโฟกัสแบบอัตโนมัติได้แล้วเราไม่ต้องการย้ายจุดโฟกัสในเฟรมต่อๆ ไปเราก็เพียงผลักสวิทช์ปรับ AF ไปที่ MF (บริเวณกระบอกเลนส์หรือด้านหน้าเลนส์)

ทำให้กล้องจะไม่ค้นหาโฟกัสเองต่อไป เมื่อกดชัตเตอร์ก็ลั่นต่อเนื่องได้ทันทีโดยไม่เสียเวลาค้นหาโฟกัสก่อนทุกภาพ      ในภาพตัวอย่างเป็นการถ่ายภาพน้ำกระเซ็นจากแก้ว เริ่มจากใช้ขาตั้งกล้องมาช่วยยึดกล้องให้นิ่งก่อนแล้วจัดองค์ประกอบภาพให้ลงตัวจากนั้นจัดแสงไฟแฟลชให้ได้ตามที่ต้องการมาถึงสิ่งสำคัญต่อการโฟกัส นั่นคือหลอด …เสียบไว้เพื่อล็อคจุดโฟกัสของภาพที่เหรียญจะตกไว้ล่วงหน้าเพราะหากให้หาโฟกัสตอนหย่อนเหรียญลงมาแบบอัตโนมัติโอกาสหลุดโฟกัสสูงมาก

เนื่องจากจับภาพไม่ทัน เคล็ดลับที่ได้ภาพน้ำกระเซ็นในแก้วสวยๆ ในจังหวะที่ต้องการควรเปิดโหมดสัมพันธ์ความไวชัตเตอร์สูง หรือ High Speed Sync เข้ามาเป็นตัวช่วยอีกแรง คราวนี้ก็พร้อมสำหรับการเก็บภาพแอ็คชั่นเด็ดๆ แล้ว      เทคนิคถ่ายภาพดีๆยังไม่หมดง่ายๆ กลับมาพบเทคนิคที่จะช่วยสร้างสรรค์ความแปลกใหม่ให้กับภาพของคุณในระยะเวลาสั้นๆ แต่ให้ผลลัพธ์ที่สวยงาม