เทคนิคถ่ายภาพเบื้องต้นสำหรับมือใหม่

เทคนิคถ่ายภาพ เทคนิคถ่ายภาพเบื้องต้นสำหรับมือใหม่ นี้ไม่ว่าเราจะเป็นมือใหม่หรือว่าจะเป็นคนที่มีประสบการณ์ถ่ายภาพมาบ้างแล้ว แต่เชื่อว่าทิปส์ทั้ง 7 อย่างนี้จะช่วยปรับปรุงการถ่ายภาพของเราให้ออกมาดีขึ้นแบบง่าย ๆ กันเลยทีเดียว ซึ่งเป็นพื้นฐานหลาย ๆ อย่างที่ทำให้เราเข้าใจเรื่องการถ่ายภาพมากขึ้น

7 เทคนิคถ่ายภาพเบื้องต้นสำหรับมือใหม่

1. กฎสามส่วน หรือ RULE OF THIRD ซึ่งในต่างประเทศใช้ RULE OF THIRD หมายถึงทั้ง กฎสามส่วน และ จุดตัดเก้าช่อง

กฏนี้ช่วยให้เราถ่ายภาพที่น่าสนใจ สะดุดตาได้ โดยกฎสามส่วน และจุดตัดเก้าช่องนี้ เป็นพื้นฐานที่ยังไงก็ต้องสัมผัสและเข้าใจให้ได้ ซึ่งภาพที่ดูน่าสนใจนั้นใช้การจัดองค์ประกอบภาพโดยใช้กฎสามส่วน และจุดตัดเก้าช่องแทบทั้งนั้นเลย ในการใช้ Rule of Third ให้เราจินตนาการถึงเส้นสี่เส้น แนวนอนสอง และแนวตั้งสอง โดยทั้งหมดนี้จะสร้างเป็นตาราง 9 ช่องด้วยกัน

ซึ่งการจัดวางตำแหน่งที่เหมาะสมนั้นก็ตามนั้นเลย ที่เราเรียกจุดตัดเก้าช่องเพราะเราจะวางวัตถุหรือสิ่งที่น่าสนใจไว้ตรงจุดตัดนั่นแหละ ไม่ว่าเราจะถ่ายภาพต้นไม้ ขอบฟ้า ถ้าเราวางจุดสนใจไว้ตรงจุดตัดก็จะทำให้คนดูเพ่งความสนใจไปตรงนั้นนั่นเอง ซึ่งการใช้กฎสามส่วนหรือ Rule of Third นี้ เป็นเรื่องจำเป็นมาก ๆ สำหรับการเริ่มต้นถ่ายภาพให้ดูสมดุลและมีความน่าสนใจครับ

หากอยากจะลงลึกกว่านี้เรื่องการใช้ กฎสามส่วน และจุดตัดเก้าช่อง สามารถอ่านเพิ่มได้จากทั้งสอบบทความนี้ครับ

2. หลีกเลี่ยงการที่ทำให้กล้องสั่นไหว การทำให้เกิดภาพเบลอ (ควรเข้าใจด้วยว่าทำไมภาพนี้ถึงชัด ภาพนี้ถึงเบลอ เกิดจากอะไร?)

กล้องสั่นหรือเบลอ เป็นสิ่งที่คนถ่ายรูปไม่ว่าจะเริ่มต้นหรือมีประสบการณ์แล้วต้องเซ็งแน่ ๆ แต่สำหรับมือใหม่นี่คือวิธีที่หลีกเลี่ยงเรื่องการสั่นไหวของกล้องหรือเบลอได้ครับ

ขั้นแรก เราก็ต้องเรียนรู้การถือกล้องอย่างถูกต้อง (เบสิกสุด) ใช้มือทั้งสองข้างถือกล้องไว้ ด้านขวาจับที่กล้องและ Grip ให้กระขับมือ ส่วนมือซ้ายประคองเลนส์ไว้ อันนี้พื้นฐานหลายคนก็รู้แล้วแหละ แต่ก็ยังมีอีกเรื่องนึง

การถ่ายภาพด้วยการถือกับมือเปล่า ๆ ควรตรวจสอบว่าเราใช้ความเร็วชัตเตอร์ที่เหมาะสมกับทางยาวโฟกัสของเลนส์เราไหม หากความเร็วชัตเตอร์ของเราช้าเกินไป การเคลื่อนไหวที่เกิดขึ้นไม่ว่าจะเป็นตัวกล้องเอง หรือมือเรา มันก็จะทำให้ภาพออกมาเบลอ กฎง่าย ๆ ที่ไม่ควรลืมคือ ถ้าจะถือด้วยมือเปล่าอย่าใช้ความเร็วชัตเตอร์ที่ต่ำกว่าทางยาวโฟกัสครับ

ดังนั้นถ้าเราใช้เลนส์ระยะ 100mm ความเร็วชัตเตอร์เราก็ไม่ควรจะต่ำกว่า 1/100 ครับ ในกรณีที่ถือกับมืออะนะ เว้นแต่ว่ากล้องจะมีระบบชดเชยกันสั่นที่ดี หรือใช้ถ่ายภาพกับขาตั้ง ก็สามารถชดเชยตรงนี้ได้ แต่ในประเด็นนี้ให้เข้าใจก่อนว่า ความเร็วชัตเตอร์ไม่ควรน้อยกว่าทางยาวโฟกัสครับ

3. ทำการบ้านเรื่อง EXPOSURE TRIANGLE ความสัมพันธ์ของสามค่า SHUTTER SPEED – ISO – APERTURE

เพื่อให้ภาพถ่ายของเราได้ค่าแสงที่โอเคที่สุด ตรงตามความต้องการที่สุด เราควรจะเข้าใจเรื่องความสัมพันธ์ของค่าแสง หรือ Exposure Triangle จะมีสามค่าด้วยกันคือ Aperture หรือ รูรับแสง, Shutter Speed หรือ ความเร็วชัตเตอร์ และ ISO หรือค่าความไวแสง

นอกจากนี้เรายังจำเป็นต้องทำความเข้าใจเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างการควบคุมทั้งสามค่านี้ เมื่อเราปรับตัวเลือกเหล่านี้สักตัว เราก็ต้องเข้าใจว่ามันจะกระทบอะไรกับภาพถ่ายของเรา หรือกระทบกับค่าอื่น ๆ ที่เหลือหรือเปล่า

ดังนั้นเรื่อง Exposure Triangle เลยเป็นเรื่องที่สำคัญมาก ๆ ดังนั้นถ้าหากว่าเราอยากจะอ่านเพิ่มเติมเรื่องนี้ผมทำไว้เรียบร้อยแล้วครับ

4. ใช้ POLARIZE FILTER หรือฟิลเตอร์สำหรับตัดแสงสะท้อน

ฟิลเตอร์สำหรับตัดแสงสะท้อนหรือว่า PL Filter จะทำให้ภาพของเราลดการสะท้อนจากโลหะและแก้วลง แล้วยังเพิ่มสีสันให้กับท้องฟ้า ทำให้ภาพของเราดูมีสีสันและมีมิติมากขึ้น สำหรับคนที่ไม่เคยใช้ผมแนะนำลองหามาใช้ดูครับ รับรองว่าภาพที่ได้ โทนสี รายละเอียดภาพที่เคยหายไปเพราะแสงสะท้อน จะกลับมา และทำให้ภาพของเรามีรายละเอียดที่เยอะมากขึ้น

5. ถ่ายภาพให้เห็นความชัดของฉากหลัง สื่อถึงมิติที่ลึกลงไป โดยเฉพาะการถ่ายภาพวิวกับคน

เมื่อเราถ่ายภาพทิวทัศน์ (ภาพวิวนั่นแหละ) เรามักจะให้รายละเอียดกับความคมชัดทั้งภาพ การใช้เลนส์มุมกว้างสำหรับเก็บรายละเอียดกว้างมาก ๆ เข้าไปในภาพก็เป็นเรื่องที่เหมาะเหมือนกันที่จะให้ภาพเราเห็นถึงความลึกของภาพ หรือถ้าเราไม่มีก็เลือกใช้รูรับแสงที่แคบหน่อยเพื่อที่จะให้ระยะชัดครอบคลุมทั่วทั้งภาพ ถ้าหากว่าแสงเข้ากล้องน้อยเกินไป (หากถ่ายช่วยแสงน้อย และใช้รูรับแสงแคบ) ก็ควรมีขาตั้งด้วยครับ

6. เลือกใช้พื้นหลังแบบง่าย ๆ

วิธีง่าย ๆ ในการถ่ายภาพที่เหมาะกับมือใหม่คือ ต้องคิดก่อนว่าเราควรจะใส่อะไรเข้าไปในภาพ โดยที่ไม่ทำให้ภาพเกิดความสับสนของเนื้อหาในภาพ

ถ้าเป็นไปได้แรก ๆ ให้เลือกใช้พื้นหลังแบบธรรมดา ๆ เลย ธรรมดายังไงล่ะ ก็คือสีพื้นหลังที่ดูเรียบ ๆ ไม่มีรายละเอียดมากวนมาก เพื่อช่วยให้คนหรือแบบในภาพเด่นชัดขึ้น โดยเฉพาะดวงตา ทำให้คนดูมองไปที่ตัวแบบแทนที่จะดูฉากหลังแปลก ๆ ที่โดดเด่นแบ่งตัวแบบนั่นเอง แล้วก็เป็นไอเดียที่ง่ายซึ่งเหมาะกับมือใหม่ที่อาจจะจัดองค์ประกอบที่ซับซ้อนยังไม่ถนัดนักครับ

7. อย่าเพิ่งรีบใช้แฟลช ให้ลองตั้งค่าถ่ายแบบไม่ต้องใช้แฟลชก่อนก็ได้ (ลองอ่านเหตุผลดู)

แฟลชแม้ว่าจะสามารถเปิดรายละเอียดของส่วนมืดได้ (ถ้าหากว่าแสงแฟลชไปถึงและใช้อย่างเหมาะสม) แต่ว่าการถ่ายภาพในการอาคารร่วมกับการใช้แฟลชสำหรับมือใหม่ที่ยังไม่เคยฝึกการใช้แฟลชอย่างจริง ๆ จัง ๆ แฟลชอาจจะสร้างปัญหาให้เราได้ ทั้งวิธีการถ่าย การเบาซ์แฟลช เป็นต้น แล้วทำไงล่ะ ง่าย ๆ คือยังไม่ต้องใช้ครับ

การถ่ายภาพในอาคารด้วยแสงธรรมชาติมันก็สวยนะ แล้วจัดการได้ง่าย วิธีการคือแรก ๆ ให้เราใช้รูรับแสงกล้องที่กว้างที่สุดก่อน จากนั้นเลือกใช้ความเร็วชัตเตอร์ที่สัมพันธ์กับเลนส์ครับ แล้วก็เพิ่ม ISO ให้เหมาะสม

อาจจะต้องดัน ISO บ้างเพื่อให้กล้องไวต่อแสงมากขึ้น แต่ก็เป็นเรื่องง่ายที่สุดสำหรับมือใหม่ แค่นี้เราก็ถ่ายภาพได้เลยโดยที่ไม่ต้องใช้แฟลชครับ (เว้นแต่โจทย์เราต้องการจะใช้แฟลชจริง ๆ จัง ๆ อันนั้นอีกเรื่องนึงละ)

นอกจากนี้ถ้าหากว่ากล้องเรามีระบบกันสั่นจะช่วยให้เราใช้ความเร็วชัตเตอร์ที่ต่ำกว่าทางยาวโฟกัสได้บ้าง ซึ่งนั่นก็แล้วแต่ครับว่ากล้องแต่ะละตัวชดเชยระบบกันสั่นได้แค่ไหน

BASIC PHOTOGRAPHY พื้นฐานการถ่ายภาพที่ควรรู้

BASIC PHOTOGRAPHY รวมพื้นฐานการถ่ายภาพครบเครื่องในอัลบั้มเดียว เริ่มต้นได้ง่าย อ่านคนเดียวก็ได้ พยายามทำให้เข้าใจง่ายที่สุดแล้ว

เริ่มตั้งแต่เรื่องรูรับแสง, ความเร็วชัตเตอร์, ISO, ทางยาวโฟกัส , คอมโพซิชั่น และโหมดการถ่ายภาพ คือพยายามอธิบายให้ง่ายที่สุด แล้วก็ให้ทุกคนที่อยากถ่ายภาพเริ่มต้นได้ง่ายที่สุดครับ หวังว่าจะเป็นประโยชน์สำหรับคนที่อยากเริ่มต้นถ่ายภาพนะครับ

APERTURE – รูรับแสงเรื่องของรูรับแสง เลนส์ที่รูรับแสงกว้าง แสงจะเข้าที่กล้องมาก ถ่ายภาพกลางคืนได้ดีครับ และที่สำคัญคือทำให้เกิดเอฟเฟคที่ชอบมากคือหน้าชัดหลังเบลอ

ส่วนรูรับแสงแคบ คือตรงกันข้าม ภาพจะเข้าที่กล้องน้อยลง แต่จะได้เอฟเฟคที่เกิดการชัดลึก คือภาพชัดทั้งภาพเลย เหมาะกับการถ่ายภาพวิวทิวทัศน์ครับ

SHUTTER SPEED – ความเร็วชัตเตอร์ว่ากันด้วยเรื่องของความเร็วชัตเตอร์ ความเร็วชัตเตอร์หลักเลยคือเราใช้จับภาพที่เคลื่อนไหวให้นิ่งครับ แต่ก็ผลกระทบเหมือนกันคือเมื่อความเร็วชัตเตอร์เราเพิ่มขึ้น

แสงจะเข้ากล้องน้อยลง เพราะงั้นการใช้ความเร็วชัตเตอร์ที่สูงควรใช้ในสถานที่ ที่อยู่กลางแจ้ง มีแสงมากครับ เพื่อจะได้ไม่ต้องเพิ่ม ISO

แต่ Speed Shutter ที่ช้าลงจะทำให้เราเก็บแสงได้มากขึ้น และก็เป็นอีกเทคนิคหนึ่งที่เราใช้ในการลากแสงไฟนั่นเองดังนั้นการจะใช้ชัตเตอร์เท่าไหร่นั้นไม่มีกฎตายตัวนะครับ อยู่กับว่าเราอยากได้ภาพแบบไหน และเรากำลังเจอสถานการณ์ไหนนั่นเองครับ

ISO – ค่าความไวแสง ISO เป็นความไวแสงที่กล้องมีครับ ถ้ายิ่ง ISO มาก กล้องก็จะไวแสงมาก ข้อดีคือ ISO สูงจะทำให้เราถ่ายภาพในที่มืดได้ แต่การที่ ISO สูงมากก็จะทำให้เกิดสัญญาณรบกวนหรือว่า Noise นั่นเองครับ

ดังนั้นการเลือกใช้ ISO ก็ควรดูด้วยว่าเราต้องการอะไรในภาพตอนนั้น ถ้าเราถ่าย Landscape กลางแจ้ง มีขาตั้ง เราก็ไม่ต้องดัน ISO ครับ ใช้ต่ำที่สุดที่กล้องให้ก็ได้

แต่ถ้าหากเราถ่ายภาพในอาคาร เราไม่สามารถเพิ่มรูรับแสง หรือลดสปีดจนถือกล้องได้แล้ว เราก็ควรเลือกที่จะดัน ISO เพื่อให้กล้องรับแสงได้ไวขึ้นครับ มี Noise ดีกว่าไม่ได้ภาพเลยนะครับ

ทางยาวโฟกัส ถ้าจะให้ละเอียดวันนึงคงไม่จบแน่ ทางยาวโฟกัสที่อยากให้มือใหม่เข้าใจง่าย ๆ คือก็จะมี 3 ระยะด้วยกันคือ

1. มุมกว้าง ระยะประมาณ 50mm ลงมาครับ ส่วนใหญ่ปัจจุบันเลนส์กว้างที่ใช้มาก ๆ คือ Ultra Wide ระยะประมาณ 12mm – 16mm เพราะว่าถ่ายภาพได้อลังการงานสร้างมาก

2. ระยะ Normal ระยะ 50mm ครับ เป็นช่วงระยะประมาณสายตา ถ่ายง่าย และเลนส์ 50mm เป็นเลนส์ครูที่มือใหม่ทุกคนควรใช้ครับ เพราะเราจะรู้สไตล์ตัวเองได้จากเลนส์ 50mm นั่นเองว่าควรใช้เลนส์แคบหรือกว้างกันแน่

3. ระยะ Telephoto คือเลนส์ที่มีช่วงซูมมาก ๆ เหมาะกับการถ่ายดึงภาพไกล ๆ อย่างทิวทัศน์เน้นมุมแคบ ดึงภาพจากภูเขามาได้เลย หรือว่าถ่ายภาพบุคคลที่เน้นเจาะครึ่งตัวก็จะใช้ Tele ประมาณ 85mm ครับ

ระยะเลนส์ที่เหมาะสมนั้นอยู่ที่เราจะเลือกใช้ แต่สิ่งสำคัญคือเมื่อช่วงทางยาโฟกัสเลนส์มากขึ้น มุมภาพที่รับได้ก็จะแคบลงครับ ควรเข้าใจถึงข้อจำกัดตรงนี้ด้วยนะ

จุดโฟกัส การถ่ายรูป พื้นฐานเกี่ยวกับกล้อง

จุดโฟกัส การถ่ายรูป เคยรู้สึกสับสนเกี่ยวกับความหมายของคำว่า “ความเร็วชัตเตอร์”, “รูรับแสง”, “ความไวแสง ISO”, “การชดเชยแสง”, “สมดุลแสงขาว” บ้างหรือไม่  ไม่ต้องกังวลอีกต่อไป

เพราะบทความต่อเนื่องชุดพื้นฐานเกี่ยวกับกล้องของเราจะพาคุณไปรู้จักแนวคิดพื้นฐานที่สำคัญของการถ่ายภาพเหล่านี้ ซึ่งไม่เพียงคุณจะรู้จักกล้องของคุณดีขึ้น แต่ยังมีความเข้าใจมากขึ้นเกี่ยวกับการปรับโหมดและการตั้งค่ากล้องต่างๆ เพื่อให้ได้ภาพถ่ายที่ยอดเยี่ยมอีกด้วย

สิ่งแรกที่ต้องพิจารณาเมื่อถ่ายภาพด้วยกล้องดิจิตอลคือ ผลกระทบของรูรับแสงที่มีต่อภาพถ่ายของคุณ การเปิดรูรับแสงให้กว้างขึ้นหรือแคบลงจะทำให้ภาพถ่ายที่ได้เปลี่ยนแปลงไปอย่างไรบ้าง ในบทความนี้ เราจะมาศึกษาถึงผลกระทบของค่ารูรับแสงต่างๆ ที่มีต่อระยะชัดโดยการเปรียบเทียบตัวอย่างและเรียนรู้แนวคิดเกี่ยวกับ f-stop กัน

ในการถ่ายภาพ คุณจะต้องการทำความเข้าใจเกี่ยวกับความเร็วชัตเตอร์และเอฟเฟ็กต์ที่จะเกิดขึ้นกับภาพถ่ายของคุณ แล้วคุณสามารถใช้ความเร็วชัตเตอร์ที่สูงขึ้นหรือต่ำลงเพื่อสร้างเอฟเฟ็กต์ชนิดใดได้บ้าง เราลองมาดูเอฟเฟ็กต์ที่เกิดจากการใช้ความเร็วชัตเตอร์ในระดับต่างๆ โดยอาศัยตัวอย่างดังต่อไปนี้กัน

การเปิดรับแสงคือหนึ่งในปัจจัยหลักที่จะกำหนดว่าภาพถ่ายของคุณจะออกมาเป็นอย่างไร เราลองมาพูดคุยถึงวิธีเริ่มใช้ประโยชน์จากการเปิดรับแสงเพื่อให้ได้ผลภาพที่ดีที่สุดกัน

การชดเชยแสงเป็นฟังก์ชันที่คุณสามารถใช้เพื่อเปลี่ยนการตั้งค่าการเปิดรับแสงของกล้อง (ระดับแสงที่เหมาะสมซึ่งกำหนดโดยกล้อง) ให้เป็นค่าที่คุณต้องการได้ ต่อไปนี้เราจะมาทำความรู้จักกับฟังก์ชันนี้กันให้มากขึ้น พร้อมกับเรียนรู้วิธีที่จะทราบว่าตัวแบบต่างๆ ควรมีการชดเชยแสงเป็นบวกหรือเป็นลบ

ความไวแสง ISO เป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อการเปิดรับแสงพอๆ กับรูรับแสงและความเร็วชัตเตอร์ ตอนนี้เราจะมาทำความรู้จักถึงข้อดีและข้อเสียของการเพิ่มความไวแสง ISO กัน

สมดุลแสงขาว คือ คุณสมบัติที่ช่วยให้มั่นใจว่าสีขาวในภาพถ่ายจะได้รับการถ่ายทอดอย่างแม่นยำ ไม่ว่าจะถ่ายภาพภายใต้สภาพแสงแบบใดก็ตาม ในการถ่ายภาพขั้นพื้นฐานมากๆ เรามักเลือกใช้การตั้งค่าสมดุลแสงขาวอัตโนมัติ อย่างไรก็ดี การตั้งค่านี้ไม่ใช่วิธีแก้ปัญหาที่เหมาะสมกับทุกสถานการณ์ หากต้องการตั้งค่าสมดุลแสงขาวให้เหมาะสมกับแหล่งกำเนิดแสงมากที่สุด ควรเลือกการตั้งค่าสมดุลแสงขาวล่วงหน้าจากกล้องของคุณ

ฟังก์ชั่นการวัดแสงเป็นฟังก์ชั่นที่ใช้วัดความสว่างของตัวแบบ และนำมากำหนดค่าการเปิดรับแสงที่เหมาะสมที่สุดสำหรับภาพถ่าย เราลองมาทำความรู้จักเกี่ยวกับโหมดการวัดแสงแต่ละโหมด และไอเดียดีๆ เกี่ยวกับวิธีใช้งานที่เหมาะที่สุดสำหรับสภาวะ/ฉากต่างๆ กัน

สิ่งหนึ่งที่ช่วยสื่อจุดมุ่งหมายในการถ่ายภาพของช่างภาพไปสู่ผู้ชมคือการจับโฟกัส แล้วเคล็ดลับในการจับโฟกัสที่ดีที่สุดมีอะไรบ้าง เราจะมาเรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับคุณสมบัติพิเศษของโฟกัสอัตโนมัติ (AF) และโฟกัสแบบแมนนวล (MF) กัน

ใช้รูรับแสงช่วงที่คมที่สุดของเลนส์

ใช้รูรับแสง ช่วงที่คมที่สุดของเลนส์ มองดูดี

เวลาที่โฟกัสภาพแล้วเราต้องการความแม่นยำและความคมชัดในจุดนั้นอย่างเต็มที่ ให้เราใช้การโฟกัสแบบจุดเดียว หรือ Single Point Auto Focus ซึ่งจะทำให้กล้องของเราสามารถที่จะโฟกัสแบบรวดเร็วได้ในจุดเดียว เมื่อเราถ่ายภาพจะได้แน่ใจว่ากล้องโฟกัสไปยังจุดที่ต้องการ และเช็คโฟกัสหลังการถ่ายเสมอว่าเข้าเป้าหรือเปล่า มีโฟกัสหลุด

ใช้ ISO ต่ำ เพื่อให้ไฟล์ภาพไม่มีสัญญาณรบกวน (NOISE)

ยิ่งค่า ISO ของกล้องสูงเท่าไหร่ สัญญาณรบกวนที่เกิดขึ้นในภาพมันก็จะมากขึ้นตามไปด้วย ดังนั้นหากเราเป็นคนที่ซีเรียสในเรื่องความคมชัดมาก ๆ การถ่ายภาพเป็นไปได้ก็แนะนำให้ใช้ ISO ต่ำสุด เพื่อไม่ให้เกิดสัญญาณรบกวนในภาพ

ใช้เลนส์ที่คมหน่อย (เลนส์เกรดสูง, ระดับโปร)

เป็นเรื่องของสัจธรรมและด้านการตลาด เลนส์ในระดับโปรมีความสามารถที่จะให้รายละเอียดของภาพได้ดี ทั้งความคม ความเคลียร์ การรับแสงที่มากกว่า และราคาแพงกว่า แน่นอนว่าคนที่หวังภาพคม ๆ ก็ต้องลงทุนเพิ่มมากขึ้นครับ และแนะนำว่าให้ใช้เลนส์ Fix ด้วยนะ

ถอด FILTER ออก ถ้าคิดว่ามันยังไม่สุดพอ, หรือเป็นไปได้ควรใช้ฟิลเตอร์คุณภาพสูงให้เหมาะสมกับความสามารถของเลนส์

ส่วนใหญ่แล้วฟิลเตอร์คุณภาพสูง ๆ จะไม่ค่อยมีปัญหากับภาพสักเท่าไหร่ แต่ก็มีฟิลเตอร์บางอย่างเหมือนกันถ้าคุณภาพไม่ดีพอจะทำให้เกิดแฟลร์ในภาพเวลาถ่ายย้อนแสง หรือไม่ก็ทำให้ความคมของภาพลดลงไป การที่มีฟิลเตอร์ที่คุณภาพอาจจะไม่ดีพอนั้นอยู่ที่หน้าเลนส์ก็ส่งผลต่อภาพที่จะได้เหมือนกัน ลองเช็คดูครับว่าฟิลเตอร์ที่เราใช้กับเลนส์ส่งผลต่อความคมของภาพหรือเปล่า ถ้าส่งผลต่อภาพก็มีสองกรณีที่แน่นะคือ ซื้อฟิลเตอร์คุณภาพสูงมาใช้ไปเลย หรือไม่ก็ถอดฟิลเตอร์ออกเวลาถ่าย

เทคนิคการออกแบบและจัดองค์ประกอบสำหรับการถ่ายภาพอาหาร

เทคนิคการออกแบบ อาหารบางอย่างดูน่าทานหรือสวยงามมากจนคุณต้องถ่ายภาพเพื่อแชร์ในโซเชียลมีเดีย แต่หากคุณรู้สึกว่าภาพถ่ายของคุณเริ่มไม่ต่างจากคนอื่นๆ อาจได้เวลาลองใช้มุมหรือสไตล์การถ่ายภาพที่แตกต่างไปจากเดิมดูบ้าง ต่อไปนี้คือเคล็ดลับและไอเดียการออกแบบและจัดองค์ประกอบภาพที่ช่วยให้คุณได้ภาพที่ต่างออกไป 

ภาพจากมุมสูงเป็นวิธีแสดงให้เห็นถึงวาฟเฟิลทรงกลมได้ดีเยี่ยมทีเดียว ฉันจัดวางเลย์เอาต์ของจานให้ดูสบายๆ เพื่อสื่อถึงมื้ออาหารที่สนุกสนานและผ่อนคลาย อัตราส่วนภาพ 1:1 และองค์ประกอบภาพแบบสี่เหลี่ยมจัตุรัสช่วยดึงความสนใจไปที่จานทรงกลมมากขึ้น

เทคนิคถ่ายภาพจากด้านบนตรงๆ เพื่อเน้นสีสันและรูปทรง

วิธีหนึ่งที่จะเน้นสีสันและรูปทรงของขนมหวานหรืออาหารในจานก็คือ การถ่ายภาพจากด้านบนตรงๆ เช่น ถ่ายภาพจากมุมสูง

เมื่อคุณสามารถหาตำแหน่งถ่ายภาพได้แล้ว ให้เปลี่ยนอัตราส่วนภาพเป็น 1:1 จากนั้นกำหนดวิธีจัดองค์ประกอบภาพในกรอบสี่เหลี่ยม คุณไม่จำเป็นต้องรวมภาพจานทั้งใบไว้ในเฟรม อันที่จริง

หากคุณถ่ายภาพเค้กหรือขนมอบชิ้นเล็กๆ การวางจานทั้งใบในภาพจะยิ่งทำให้ขนมดูมีขนาดเล็กยิ่งขึ้น อาหารควรเป็นตัวแบบหลักของภาพ ดังนั้น ควรขยับเข้าใกล้ให้มากที่สุดเท่าที่ทำได้ แม้ว่าบางส่วนของจานจะต้องหลุดเฟรมภาพไปก็ตาม

หากทำได้ ควรถ่ายภาพในสถานที่ที่มีแสงธรรมชาติแทนแสงเทียมในร่ม เพราะจะทำให้ภาพดูสวยงามกว่า และหากมีของประกอบฉากหรือของตกแต่งที่อยู่สูงพอสมควร เช่น ดอกไม้ คุณสามารถนำมาจัดไว้รอบๆ อาหารเพื่อสร้างความลึกและมิติในภาพถ่ายได้ อีกทั้งยังทำให้ผู้ชมมองเห็นขนาดของอาหารอีกด้วย

ภาพจากมุมสูงเป็นวิธีแสดงไอซิ่งหลากสีสันบนคัพเค้กเหล่านี้ได้ดีเยี่ยม ฉันวางจานให้เอียงเล็กน้อยเพื่อเพิ่มพลังให้กับภาพ ดอกไม้บนโต๊ะซึ่งสูงกว่าคัพเค้กช่วยสร้างความลึกในภาพถ่าย

เทคนิคเพิ่มองค์ประกอบด้านมนุษย์เพื่อทำให้ผู้ชมรู้สึกเป็นส่วนหนึ่งของฉาก

การมีคนในภาพถ่ายอาหารนับเป็นเรื่องดี เนื่องจากจะช่วยเพิ่มชีวิตชีวาและเรื่องราวให้กับภาพถ่าย การจับภาพช่วงเวลาต่างๆ เช่น มีดที่กำลังหั่นเค้กหรือน้ำเชื่อมหรือซอสที่กำลังเทลงบนอาหาร อาจเพิ่มองค์ประกอบของความตื่นเต้นน่าสนใจลงในภาพถ่าย

หากคุณถ่ายภาพข้างต้นนี้ด้วยตัวเองคงเป็นเรื่องยาก จึงควรให้เพื่อนที่มาด้วยกันเป็นนางแบบให้ โดยไม่จำเป็นต้องแสดงใบหน้านางแบบ เพียงให้ส่วนใดส่วนหนึ่งของร่างกาย เช่น มือ อยู่ในเฟรมภาพ และปล่อยที่เหลือให้เป็นจินตนาการของผู้ชม

ตำแหน่งที่วางจานไม่ใช่เรื่องสำคัญตราบใดที่ผู้ชมรู้สึกเหมือนอยู่ในฉาก อย่ารวมเมนูหรือสิ่งที่ดูสมจริงเกินไปไว้ในภาพ

แต่ควรวางผ้าเช็ดปากสวยๆ หรืออะไรที่คล้ายกันอย่างเหมาะสม วิธีนี้จะทำให้เกิดเอฟเฟ็กต์คล้ายภาพแบบมุมมองภาพยนตร์ ซึ่งผู้ชมรู้สึกราวกับกำลังประสบฉากนั้นด้วยตนเอง

EX-TR80

ข้อมูล EX-TR80

อัพเวอร์ชัน!

  • ลบรอยสิวและจุดด่างดำ
  • เอฟเฟกต์ปาก
  • เอฟเฟกต์แก้ม
  • สร้างมิติให้ดั้งจมูก
  • กระบวนการสร้างดวงตาที่สดใส

ลบรอยสิวและจุดด่างดำ

ฟังก์ชันในตัวนี้สามารถจัดการกับ รอยสิวและจุดด่างดำเฉพาะจุด โดยการวิเคราะห์ผิวคุณอย่างละเอียด ราวกับคุณใช้คอนซีลเลอร์เลย! เนื่องจากเทคโนโลยีการวิเคราะห์ขั้นสูง กล้องจะแยกลักยิ้มและไฝ ออกไปโดยอัตโนมัติ ทำให้จุดเด่นบนใบหน้าของคุณไม่ถูกลบในขั้นตอนนี้

เอฟเฟกต์ปาก

เพิ่มความแวววาวให้ริมฝีปาก เมื่อตั้งค่าระดับสีผิวไว้ที่ชมพู/ชมพู+ จะมีการใส่เอฟเฟกต์แวววาวเล็กน้อยเพื่อให้ได้ลุคที่สวยงามหรูหรา

เอฟเฟกต์แก้ม

เมื่อตั้งค่าระดับสีผิวไว้ที่ชมพู/ชมพู+ นอกจากผิวของคุณจะใสขึ้นแล้ว ยังเพิ่มสีชมพูระเรื่อให้แก้มของคุณด้วย ทำให้คุณดูสดชื่นและมีชีวิตชีวา

สร้างมิติให้ดั้งจมูก

ผสมผสานกับการแต่งหน้าพื้นฐาน เราได้เพิ่มไฮไลท์ที่ดั้งและเงาที่ด้านข้างจมูกทั้งสองด้าน เพื่อเพิ่มความเสมือนจริงของการสร้างมิติ

กระบวนการสร้างดวงตาที่สดใส

กระบวนการที่เราเพิ่มเข้ามาใหม่ล่าสุดนั้น ช่วยดึงความสดใสของดวงตาคุณและทำให้คุณดูมีชีวิตชีวายิ่งขึ้น

การกำหนดค่าส่วนบุคคล

การตั้งค่าเอฟเฟกต์การแต่งหน้ามี 6 รูปแบบ: “ระดับสีผิว”, “ผิวเรียบเนียน”, “ความสว่างของใบหน้า”, “ใบหน้ามีมิติ”, “ลบความหมองคล้ำ” และ “ใบหน้าเรียว” กำหนดการตั้งค่าเอฟเฟกต์การแต่งหน้าทั้ง 6 แบบนี้เพื่อให้ได้ภาพเซลฟี่ในแบบที่คุณต้องการ บันทึกการตั้งค่าล่าสุดเป็นข้อมูลส่วนตัวของคุณ แล้วคุณจะสามารถถ่ายภาพเซลฟี่ด้วยค่าที่คุณกำหนดเองได้ทุกเมื่อ

ระดับสีผิว

ถ่ายภาพเซลฟี่ในระดับสีผิวที่คุณต้องการ
กล้องที่เป็นส่วนหนึ่งของซีรี่ส์ TR นี้ได้ออกแบบมาเพื่อให้ภาพเซลฟี่ของคุณดูน่าอัศจรรย์ นั่นเป็นเหตุผลว่าทำไมถึงมีการตั้งค่าให้เลือกใช้หลากหลายแบบในการปรับสภาพผิวของคุณ การตั้งค่าระดับสีผิวมีตั้งแต่แบบธรรมชาติไปจนถึงสีผิวอมชมพู คุณจึงทำให้ผิวของคุณดูสุขภาพดี สดชื่น และเป็นไปตามแบบที่คุณต้องการ

ผิวเรียบเนียน

ทำให้ผิวของคุณไร้ริ้วรอย ไม่หมองคล้ำ และปราศจากรูขุมขน
ปรับความเนียนของผิวคุณเพื่อให้ดูนวลเนียนเสมอกัน

ความสว่างของใบหน้า

ผิวเปล่งปลั่ง เป็นประกาย
ควบคุมความสว่างของพื้นที่ผิวในภาพเซลฟี่ของคุณ ให้ผิวของคุณดูสว่าง เป็นประกายดูมีคุณภาพโดยไม่สูญเสียรายละเอียดใดๆ ไป

ใบหน้ามีมิติ

เพิ่มมิติความโดดเด่นของคุณ
เน้นแสงเงาใต้คิ้วและบริเวณดั้งของคุณ ใช้เอฟเฟกต์แสงเงาเพื่อทำให้หน้าคุณดูมีมิติมากขึ้น

ลบความหมองคล้ำ ใบหน้าเรียว

ใบหน้าดูดีและเรียวขึ้นในทันที

การปรับภาพอัจฉริยะ

คุณสมบัติตัวปรับแต่งภาพบุคคลจะวิเคราะห์สภาพแวดล้อมการถ่ายและตัวแบบโดยอัตโนมัติ ไม่ว่าผิวพรรณที่แท้จริงของคุณจะเป็นอย่างไร และไม่ว่าแสงจะมาจากแหล่งไหน กล้องจะใช้การตั้งค่าเอฟเฟกต์การแต่งหน้าที่คุณได้ตั้งไว้ล่วงหน้า จึงทำให้สามารถถ่ายภาพคุณภาพสูงได้ทุกที่ทุกเวลา


ปรับปรุงสมดุลแสงสีขาวสำหรับการถ่ายภาพในแสงสว่างจ้า

ปรับปรุงคุณภาพของรูปภาพเพื่อให้ดูธรรมชาติยิ่งขึ้น ลดสีเหลืองจางๆ ส่วนเกินออกจากแสงสว่างจ้า


รูปร่างทรงลิ่ม

ตัวกล้องบางพิเศษ พร้อมกรอบนอกผลิตจากอะลูมิเนียม เราได้ใช้เทคโนโลยีการกลึงขั้นสูงในการผลิตรุ่นนี้ให้บางลงกว่าเดิมในขณะที่ยังคงประสิทธิภาพเอาไว้เช่นเดิม และด้วยดีไซน์สวยหรู ทำให้คุณดูดีเวลาใช้เช่นกัน

  • ลบความหมองคล้ำ: โดยการลดแสงเงาธรรมชาติลง คุณสมบัตินี้ช่วยลบรอยหมองคล้ำที่คุณไม่ต้องการใต้ดวงตาของคุณ อีกทั้งยังปรับให้ผิวของคุณเสมอกันและทำให้นวลเนียนขึ้นอีกด้วย
  • ใบหน้าเรียว: คุณสมบัตินี้จะวิเคราะห์ผิวของคุณในรูปแบบ 3D และปรับให้รูปทรงใบหน้าบางเรียวลงอย่างละเอียด

TR-M11

TR-M11

สตูดิโอแต่งหน้าขนาดกะทัดรัด

TR-M11 คือกล้องที่เป็นที่รู้จักจากแนวคิดการถ่ายรูปอันเป็นที่นิยมบน SNS ด้วยฟังก์ชันแต่งหน้าและหลอดไฟ LED วงแหวนแบบใหม่ที่เพิ่มเข้ามา TR-M11 จึงสามารถมอบภาพราวกับมีช่างแต่งหน้าส่วนตัวและสตูดิโอที่มีช่างภาพมืออาชีพ ดีไซน์ที่ทำให้คุณสามารถพกพา TR-M11 ติดตัวไปด้วยทุกที่ได้ง่ายดาย และถ่ายภาพเซลฟี่ได้ทุกเมื่อตามต้องการ แสดงออกถึงตัวตนของคุณได้มากยิ่งขึ้นในแบบของตัวเองและอย่างสร้างสรรค์ Casio ขอเสนอสตูดิโอแต่งหน้าขนาดกะทัดรัดที่เป็นอุปกรณ์ส่วนบุคคล และรองรับความต้องการของผู้หญิงที่ชอบถ่ายเซลฟี่เป็นชีวิตจิตใจ

เทคโนโลยีระบบแสงที่ปรับให้เหมาะกับการถ่ายภาพเซลฟี่

เพิ่มความสว่างของใบหน้า ลบเงาที่ไม่จำเป็น และเพิ่มเฉดดิ้งให้กับภาพ ระบบไฟที่ดีที่สุดที่ไม่เพียงดึงความสวยงามของคุณออกมาเท่านั้น แต่ยังเพิ่มบุคลิกภาพที่ดีให้คุณอีกด้วย TR-M11 ผสานหลอดไฟ LED เพื่อมอบแสงที่เหมาะสำหรับการถ่ายภาพเซลฟี่ ด้วยการรวมเทคโนโลยีการควบคุมแสงหลายแบบ ที่มาพร้อมกับเทคโนโลยีต้นแบบสำหรับการแต่งหน้า คุณจึงสามารถถ่ายภาพที่ทำให้ใบหน้าสวยขึ้น อีกทั้งยังได้แสดงออกถึงความสร้างสรรค์ของคุณ

หลอดไฟ LED แบบวงแหวน (8 ดวง)

หลอดไฟ LED ทั้งหมด 8 ดวงที่วางตำแหน่งรอบๆ เลนส์ในรูปวงแหวน ซึ่งทำให้ใบหน้าได้รับแสงอย่างสม่ำเสมอ ให้คุณถ่ายรูปได้ทุกเมื่อโดยที่ไม่ต้องกังวลว่ารูปจะออกมาเป็นแบบใด นอกจากนี้ คุณยังสามารถเปลี่ยนรูปแบบและเพิ่มแสงตามสภาพแวดล้อม หรือตามสไตล์ของรูปที่คุณต้องการถ่ายได้อีกด้วย ทำให้คุณสามารถควบคุมแสงได้อย่างสมบูรณ์แบบเพื่อภาพเซลฟี่ที่สวยงามและสร้างสรรค์

หลอดไฟ LED ขนาดเล็ก (1 ดวง)

แม้ว่าคุณจะอยู่ใต้แสงไฟซึ่งทำให้เกิดเงาใต้ดวงตาและรอบๆ คอ แสงที่ส่องจากด้านล่างก็สามารถลดระดับเงาและให้คุณถ่ายภาพใบหน้าที่สวยงามได้ โดยแสงจะส่องไปที่บริเวณแก้มของคุณ ซึ่งปกติจะเป็นบริเวณที่มืดกว่าส่วนอื่นๆ ให้สว่างขึ้นได้ และยังมอบความสว่างที่สม่ำเสมอทั่วทั้งภาพอีกด้วย

ฟังก์ชันแต่งหน้าที่วิวัฒนาการขึ้นเพื่อการแสดงออกที่มากขึ้น

ในบางครั้ง คุณอาจต้องการแสดงออกถึงความสมบูรณ์แบบ และบางครั้ง คุณอาจต้องการแสดงตัวตนใหม่ๆ ตามที่คุณรู้สึกในแต่ละวัน ขณะนี้ ฟังก์ชันแต่งหน้าของกล้อง TR ที่โดดเด่นได้วิวัฒนาการขึ้นไปอีกขั้น เนื่องจากกล้องถ่ายรูปเหล่านี้ออกแบบมาเฉพาะเพื่อการถ่ายภาพเซลฟี่ที่ดึงความงามของผู้ใช้แต่ละคนออกมาได้ถึงขีดสุด ผู้ใช้จึงสามารถปรับแต่งการแสดงตัวตนผ่านภาพได้มากกว่า 10 ล้านรูปแบบ กล้องถ่ายรูปที่จะเติมเต็มภาพเซลฟี่ในอุดมคติให้ทุกคน ทุกที่ และทุกเวลา

แสงไฟสำหรับใบหน้าสวย

TR ผสมผสานกับหลอดไฟ LED ที่ปรับให้เหมาะสมกับการถ่ายภาพเซลฟี่ด้วยเทคโนโลยีการแต่งหน้าที่สามารถปรับหลอดไฟให้มีประสิทธิภาพสูงสุด คุณสามารถควบคุมแสงเพื่อให้เข้ากับเงื่อนไขการถ่ายภาพและความสวยงามที่คุณต้องการได้อย่างอิสระ ซึ่งทำให้คุณถ่ายภาพเซลฟี่ออกมาได้อย่างที่คุณต้องการ

เพื่อการสื่อสารบนโซเชียลมีเดียที่สนุกยิ่งขึ้น

ถ่ายภาพสำหรับลงโซเชียลมีเดียได้ง่ายดาย โพสต์ภาพได้ทันที เติมเต็มไลฟ์สไตล์ของคุณ

ภาพแบบสี่เหลี่ยมจัตุรัส

ถ่ายภาพและวิดีโอในแบบสี่เหลี่ยมจัตุรัสที่ใช้กันแพร่หลายในโลกโซเชียลมีเดีย คุณสามารถตรวจสอบมุมได้จากหน้าจอที่มีความกว้างเท่ากับความสูง ซึ่งทำให้ถ่ายภาพและวิดีโอออกมาได้โดยมีองค์ประกอบที่ดี

EX-ZR1500

EX-ZR1500

ดูและถ่ายรูปง่าย จอ LCD ปรับระดับได้สำหรับการถ่ายภาพตนเอง

EX-ZR1500 จอ LCD ปรับได้ถึง 180° คุณจึงสามารถตรวจสอบภาพถ่ายตัวเองของคุณขณะที่คุณถ่ายภาพได้ กล้องสามารถถ่ายภาพได้จากหลายมุมมอง ช่วยให้คุณสามารถมีองค์ประกอบภาพได้ตามต้องการ และขาตั้งกล้องในตัวช่วยให้คุณสามารถถ่ายภาพได้แบบแฮนด์ฟรี เพลิดเพลินกับการถ่ายภาพตนเองในการโพสท่าทุกรูปแบบ

โหมดแต่งหน้าขั้นสูง ให้คุณสามารถแต่งภาพให้สวยงามตามต้องการได้

ตรวจจับใบหน้าคนโดยอัตโนมัติและปรับผิวให้เรียบเนียนและสว่างขึ้น คุณสามารถปรับโทนสีผิวและปรับให้ผิวเรียบเนียนเพื่อตกแต่งภาพให้สวยงามตามที่คุณต้องการได้ ไม่ว่าจะปรับให้เป็นผิวที่มีโทนสีขาวขึ้นหรือผิวที่ดูสุขภาพดี มีชีวิตชีวา

[ การถ่ายคร่อม Art Shot ] ช่วยให้คุณสามารถถ่ายภาพเดียวออกมาได้หลายรูปแบบ

การกดปุ่มชัตเตอร์เพียงครั้งเดียวจะสร้างภาพในสไตล์ต่างๆ กัน 5 สไตล์ ทำให้คุณสามารถลองเอฟเฟกต์แบบต่างๆ ได้ในการถ่ายภาพครั้งเดียว ทั้งยังเพิ่มความเป็นเอกลักษณ์ไม่เหมือนใครให้กับภาพถ่ายของคุณ และเปลี่ยนภาพถ่ายธรรมดาให้กลายเป็นภาพถ่ายแบบศิลปะได้ ซึ่งจะช่วยให้คุณสามารถถ่ายภาพเดียวออกมาได้หลายรูปแบบและเพิ่มการแสดงออกในภาพถ่ายของคุณได้มากขึ้น

ระยะการเว้นช่วงการถ่ายภาพที่สั้นเพื่อถ่ายภาพแบบไม่ต้องรอ
 

เวลาเริ่มต้นประมาณ 0.99 วินาที*
 AF ความเร็วสูงประมาณ 0.15 วินาที*
 ระยะเวลารอการตอบสนองประมาณ 0.015 วินาที*
 พร้อมถ่ายภาพต่อไปทันทีในเวลาประมาณ 0.25 วินาที*

EX-ZR5000

EX-ZR5000

คุณสมบัติ

[ เลนส์มุมกว้างพิเศษ 19 มม.*] ถ่ายภาพทุกคนและทัศนียภาพได้ในมุมที่กว้างและสวยงาม

เลนส์มุมกว้างพิเศษ 19 มม.* มีความละเอียดโดดเด่นและฟิลเตอร์ประสิทธิภาพสูง จึงให้ภาพถ่ายมุมกว้างที่น่าทึ่ง ด้วยพื้นที่ภาพกว้าง ทุกคนและพื้นหลังจึงอยู่ในเฟรมได้สบายๆ และถ่ายภาพได้อย่างอิสระมากขึ้นโดยไม่ต้องกังวลเกี่ยวกับมุมมอง

[ ภาพมุมกว้าง ] สำหรับภาพเคลื่อนไหวสะดุดตาไม่เหมือนใคร

กดปุ่มชัตเตอร์ครั้งเดียวก็ถ่ายภาพใกล้ ฉากโดยรอบ และภาพเคลื่อนไหวได้ ภาพเคลื่อนไหวแสดงสองมุมมองที่แตกต่าง ได้แก่ ใกล้และมุมกว้าง ซึ่งช่วยให้เห็นฉากในมุมที่ต่างออกไป และอาจเปิดเผยรายละเอียดที่ไม่คาดคิดในพื้นหลัง ทางเลือกที่สมบูรณ์แบบสำหรับการแบ่งปันความสนุกและเซอร์ไพรส์บนเว็บไซต์สื่อสังคม


การถ่ายภาพความละเอียดสูงและคุณสมบัติป้องกันการสั่นเพื่อผลลัพธ์ภาพถ่ายคุณภาพเยี่ยม

นอกเหนือจาก EXILIM Engine HS เวอร์ชัน 3 แล้ว กล้องยังมีเซ็นเซอร์ CMOS ความไวแสงสูง 1/1.7 นิ้ว และเลนส์ที่มีคุณสมบัติในการมองเห็นภาพที่ยอดเยี่ยมเพื่อส่งมอบคุณภาพของภาพและความละเอียดที่เหนือกว่า นอกจากนี้ยังมีระบบป้องกันภาพสั่นไหวแบบ 5 แกน ซึ่งช่วยชดเชยความเบลอที่เกิดขึ้นขณะถือกล้องด้วย คุณสมบัติทั้งหมดนี้ช่วยให้คุณได้ภาพที่มีความละเอียดสูง แม้สำหรับภาพที่ถ่ายยาก เช่น ภาพที่อยู่ในสภาวะแสงน้อย กล่าวคือถ่ายในที่มืดและถ่ายในสภาวะย้อนแสง คุณสามารถเพลิดเพลินกับผลลัพธ์ที่สวยงามทั้งในการเซลฟี่หรือการถ่ายตัวแบบได้ทุกรูปแบบ โดยไม่ต้องปรับการตั้งค่าที่ยุ่งยากซับซ้อน

โหมดแต่งหน้าให้ภาพที่มีคุณภาพสูงกว่าเพื่ออวดความงดงาม

ฟังก์ชันแต่งหน้าได้วิวัฒนาการขึ้นไปอีกขั้น เพื่อส่งมอบภาพที่มีผิวสวยงามสมบูรณ์แบบ รวมถึงระดับสีผิวและความเรียบเนียนดังที่ผู้หญิงทุกคนใฝ่ฝัน เอฟเฟ็กต์แต่งหน้าไม่เพียงแค่ทำให้ผิวดูสว่างขึ้น แต่ยังให้สีที่สด ดูมีชีวิตชีวา เพื่อให้เห็นถึงความเรียบเนียนและสวยงามตามธรรมชาติที่คุณมี ด้วยคุณสมบัติที่ให้ความคมชัดยอดเยี่ยมระดับสามมิติ ภาพที่ได้จึงถ่ายทอดเสน่ห์เย้ายวนของผู้หญิงได้งดงามอย่างแท้จริง


[ ภาพยนตร์ไฮไลท์ ] สร้างฟิล์มภาพยนตร์แบบเต็มสเกลโดยอัตโนมัติ

สร้างภาพยนตร์โดยอัตโนมัติจากภาพนิ่งหรือคลิปวิดีโอที่คุณได้ถ่ายไว้ กล้องจะคัดเลือกเนื้อหาที่ดีที่สุดโดยอัตโนมัติโดยใช้อัลกอริธึมรูปแบบเฉพาะของเราซึ่งผสานรวมไว้ด้วยเทคนิคการตัดต่อของผู้สร้างภาพยนตร์ระดับมืออาชีพ คุณจึงสามารถรำลึกประสบการณ์ความทรงจำดีๆ ของคุณในรูปแบบเรื่องราวที่ได้รับการสรุปมาไว้อย่างดีได้

ส่งภาพอย่างง่ายดายโดยใช้ QR Code

หน้าจอจะแสดง QR Code เมื่อคุณเลือกภาพถ่ายโดยใช้ฟังก์ชันแชร์ครั้งเดียว คุณสามารถแบ่งปันภาพถ่ายได้อย่างง่ายดายทุกที่ทุกเวลา โดยไม่ต้องถูกร้องขอให้ติดตั้งแอพหรือให้ส่งข้อมูลการติดต่อ เพียงแค่โหลด QR Code ไปยังสมาร์ทโฟนของคุณ

ข้อมูลรูปภาพของ QR Code จะถูกบันทึกไว้ คุณสามารถพิมพ์และส่งภาพเหล่านี้ อัพโหลดไปยัง SNS หรือใช้งานในวิธีการอื่นได้อย่างหลากหลาย

ส่งเฉพาะภาพถ่ายที่มีใบหน้าได้โดยอัตโนมัติ

คุณสมบัติส่งอัตโนมัติ*1จะส่งเฉพาะภาพถ่ายที่ถ่ายด้วยการค้นหาใบหน้าเท่านั้น*2ไปยังสมาร์ทโฟน และโดยการเปิดหน้าจอ LCD แบบปรับระดับได้ คุณก็สามารถส่งอัตโนมัติเฉพาะภาพถ่ายเซลฟี่ที่ถ่ายด้วยการค้นหาใบหน้าได้อีกด้วย คุณสมบัตินี้มีประโยชน์สำหรับการแบ่งปันภาพที่ถ่ายร่วมกับเพื่อนๆ

10 เรื่องเกี่ยวกับเลนส์กล้องที่ควรรู้

10 เรื่องเกี่ยวกับเลนส์กล้องที่ควรรู้

10 เรื่องเกี่ยวกับเลนส์กล้องที่มือใหม่ต้องรู้ เรื่องของเลนส์ก็เป็นหนึ่งในความสำคัญสำหรับมือใหม่เช่นเดียวกันกับเรื่องอื่น ๆ เนื่องจากการที่จะตอบโจทย์มุมมองของเราออกมาได้นอกจากตัวกล้องแล้วก็ตัวเลนส์นี่แหละครับ การที่เราเข้าใจว่าเลนส์แต่ละแบบมีความแตกต่างกันยังไง มีจุดเด่นในการนำไปใช้แบบไหนได้บ้าง และเราควรเลือกเลนส์แบบไหน สามารถหาคำตอบได้จากบทความนี้ครับ

1. ทางยาวโฟกัส – คุณสมบัติหลักของเลนส์คือความยาวโฟกัส

ความยาวโฟกัสของเลนส์ถูกกำหนดให้เป็นระยะห่างระหว่างจุดศูนย์กลางของเลนส์และเซ็นเซอร์ภาพของกล้องเมื่อโฟกัสที่ระยะอนันต์ (ระยะอินฟินนิตี้)

เลนส์ทางยาวโฟกัสที่สั้นลงจะให้มุมมองที่กว้างขึ้น ในทางกลับกันความยาวโฟกัสที่ยาวขึ้นทำให้ได้มุมมองที่สั้นลง

2. เลขแสดงทางยาวโฟกัส รูรับแสง และขนาดหน้าเลนส์

เมื่อคุณดูส่วนหน้าของกระบอกเลนส์เราจะเห็นหมายเลขอัตราส่วนและรูรับแสงของเลนส์ 1: 2.8, 1: 2.8-4, 1: 3.5-5.6 ซึ่งเป็นรูรับแสงสูงสุดของเลนส์

รูรับแสงจะกำหนดปริมาณแสงที่เลนส์ส่งผ่านไปยังเซ็นเซอร์รับภาพ ค่ารูรับแสงยิ่งน้อยก็จะยิ่งให้ความสว่างที่มากขึ้น (คือรูรับแสงกว้างขึ้นนั่นแหละ) เลนส์ซูมคุณภาพสูง(เกรดโปร) จะให้รูรับแสงคงที่ตลอดช่วงของทางยาวโฟกัส (เช่น f / 2.8 ที่ 35 มม. และ f / 2.8 ที่ 80 มม.) แต่ถ้าเป็นเลนส์ในเกรดธรรมดาทั่วไปค่า f-stop จะแตกต่างกันไปตามระยะของทางยาวโฟกัส

3. เลนส์มาตรฐาน/เลนส์ช่วง NORMAL LENSES

เลนส์มาตรฐานมีความยาวโฟกัสคงที่มักจะเป็นเลนส์ช่วง 50mm, 85mm, 100mm ส่วนเลนส์ในมิติและมุมมองเดียวกับสายตาจะเป็นระยะ 50mm ครับ สำหรับเลนส์ที่มีทางยาวโฟกัสที่สูงขึ้น (85 มม. หรือ 100 มม.) มักจะเป็นเลนส์ที่เหมาะสำหรับการถ่ายภาพบุคคลเพราะเมื่อใช้รูรับแสงกว้างจะทำให้การละลายฉากหลังได้อย่างสวยงามและนุ่มนวล

4. เลนส์มุมกว้าง WIDE ANGLE LENSES

มุมกว้างมีความยาวโฟกัสสั้นลง 10mm – 42 mm เมื่อเปรียบเทียบกับเลนส์มาตรฐาน เลนส์พวกนี้เหมาะกับการถ่ายที่เรามีวัตถุประสงค์ชัดแล้วว่าต้องการเก็บหลาย ๆ อย่างเข้าไปในเฟรมภาพเดียว คือเก็บภาพได้กว้างมากขึ้นนั่นแหละส่วนใหญ่แล้วเลนส์มุมกว้างจะถูกนำไปใช้กับการถ่ายภาพ Landscape หรือจะเป็นการถ่ายภาพ Event ที่เน้นมุมมองที่ตื่นเต้น และเก็บภาพกว้าง ๆ ได้ง่ายนั่นเอง นอกจากนี้เลนส์มุมกว่้างเหล่านี้จะมีระยะชัดที่ค่อนข้างมาก(ละลายหลังได้ยาก)

5. เลนส์ระยะไกล TELEPHOTO LENSES

เลนส์นี้ไม่ต้องอธิบายอะไรมาก เพราะเป็นเลนส์ในช่วงระยะไกลที่เน้นจับวัตถุที่อยู่ไกลจากเรามาก ๆ อาจจะระยะที่ 200mm, 400mm เป็นต้น เลนส์จะทำหน้าที่ดึงวัตถุไกล ๆ ให้เข้ามาใกล้เรานั่นเอง อาจจะถ่ายภาพสัตว์ป่า หรืออะไรก็แล้วแต่เราเลย เลนส์ลักษณะนี้อาจจะมีนำไปใช้ถ่าย Portrait บ้างเช่นระยะ 70-200mm F2.8

6. เลนส์ซูม (ZOOM LENSES)

เลนส์ซูม (Zoom Lenses) คือ เลนส์ที่มีระยะช่วงซูมที่ยืดหยุ่น เช่น 16-35, 24-70, 70-200 เป็นต้น อาจจะมีระยะต่างกันไปตามการออกแบบของแต่ละแบรนด์ แต่ละระบบกล้อง ซึ่งวัตถุประสงค์หลักของเลนส์ซูม ก็คือให้ความสะดวกในการใช้งานระยะเลนส์ในแต่ละช่วง

7. เลนส์ฟิชอาย FISHEYE LENSES

เลนส์ Fisheye เป็นเลนส์มุมกว้างพิเศษที่ให้ภาพที่กว้างมากและคาแรคเตอร์ของภาพถ่ายทีออกมาจะเป็นแนวเส้นโค้ง ๆ ซึ่งหลายคนจะเคยเห็นในกล้อง GoPro หรือเลนส์ Fisheye อื่น ๆ ส่วนทางยาวโฟกัสก็จะแตกต่างกันไปตั้งแต่ระยะ 7mm – 16mm

8. เลนส์มาโคร MACRO LENSES

เลนส์มาโครใช้สำหรับการถ่ายภาพระยะใกล้หรือ “มาโคร” เลนส์มาโครจะมีทางยาวโฟกัสอยู่ระหว่าง 50mm-200mm เลนส์เหล่านี้ได้รับโฟกัสที่คมชัดสำหรับวัตถุที่อยู่ในระยะโฟกัสของมาโคร แต่จะสูญเสียความสามารถในการโฟกัสที่คมชัดในระยะอื่น ๆ เลนส์เหล่านี้ช่วยให้ช่างภาพได้ภาพขนาดเท่าจริงหรือใหญ่กว่าเช่นตัวต่อผีเสื้อและดอกไม้

9. TILT SHIFT LENSES

เลนส์ Tilt Shift คือเลนส์ที่ออกแบบมาเพื่อจัดการเกี่ยวกับ Perspective โดยเฉพาะ สามารถปรับความเคลื่อนไหวได้ มีการปรับระดับขึ้นลง ซ้ายขวา (Shift) ก้มเงย (Tilt) การใช้เลนส์ตัวนี้ในการถ่ายภาพจะเน้นเส้นต่าง ๆ ให้ออกมาตรงเป๊ะ สำหรับภาพสถาปัตยกรรม Architecture , Interior เป็นต้น

10. ระบบกันสั่นในตัวเลนส์ (IMAGE STABILIZATION LENS)

ระบบกันสั่นในตัวเลนส์ (Image Stabilization Lens) คือเลนส์ที่มีระบบจัดการเกี่ยวกับการสั่นไหวภายในตัวเลนส์ เพื่อให้ภาพถ่ายของเรานิ่งในกรณีที่เราอาจจะเคลื่อนไหวไปด้วย ถ่ายภาพไปด้วย อยู่บนรถ อะไรแบบนั้น หรือกรณีที่เราต้องการใช้ความเร็วชัตเตอร์ที่ต่ำกว่าระยะโฟกัส ช่วยลดโอกาสที่ภาพจะเบลอลงนั่นเองครับ