Canon IXUS 190

Canon IXUS 190

IXUS 190 มาพร้อมกับรูปแบบที่ใช้งานง่ายที่จะช่วยสร้างสรรภาพที่ออกมาได้สวยงาม มาพร้อมเซ็นเซอร์ 20 ล้านพิกเซล Optical Zoom 10x และป้องกันภาพสั่นไหวช่วยให้ผู้ใช้เพียงแค่กดถ่ายภาพก็จะได้ผลลัพธ์ที่ยอดเยี่ยมทุกครั้ง
20.0 megapixels 10x Optical Zoom (24 – 240mm) with 20x ZoomPlus
Wi-Fi & NFCข้อมูลทางเทคนิค

  • ความละเอียดสูงสุด (Pixels)      20 Megapixels
  • ขนาดภาพ (พิกเซล)     4:3 – (L) 5152 x 3864, (M1) 3648 x 2736, (M2) 2048 x 1536, (S) 640 x 480 16:9/ W – (L) 5152 x 2896 Resize option available in playback
  • ระบบประมวลผลภาพ (Imaging processor)     DIGIC 4+
  • เซนเซอร์รับภาพ (Image Sensor)     1/2.3 type CCD
  • ระบบลดการสั่นไหว (Image Stabilizer)     Yes (lens shift-type), approx. 2.5-stop 3. Intelligent IS plus Enhanced Dynamic IS
  • ซูม (Zoom)     Optical 10x, ZoomPlus 20x, Digital approx. 4x, Combined approx. 40x 2
  • ระยะการโฟกัส (Focus)     Type TTL
    AF System/ Points AiAF (Face Detection / 9-point), 1-point AF (fixed to centre)
    AF Modes Single, Continuous, Servo AF/AE, Tracking AF 4
    AF Assist Beam Yes Closest Focusing Distance 1 cm (W) from front of lens in Macro
  • รูรับแสง (f/number)     f/3.0 – f/6.9
  • หน่วยความจำในเครื่อง (Internal Memory)     SD, SDHC, SDXC
  • ขนาดหน้าจอ (Display Size)     6.8 cm (2.7″) LCD (TFT), approx. 230,000 dots
  • ความละเอียดวิดีโอ (Movies)     (HD) 1280 x 720, 25 fps, (L) 640 x 480, 29.97 fps
  • แฟลช (Flash)     Canon High Power Flash HF-DC2
  • ระบบวัดแสง (Metering System)     Evaluative (linked to Face Detection AF frame), Centre-weighted average, Spot (centre)
  • ความไวแสง (ISO Speed)     AUTO, 100, 200, 400, 800, 1600 AUTO ISO: 100 – 800
  • ความไวชัตเตอร์ (Shutter Speed)     1 – 1/2000 s (Auto Mode) 15 – 1/2000 s (total range – varies by shooting mode)
  • ความสมดุลของแสง (White Balance)     Type TTL
    Settings Auto (including Face Detection WB), Daylight, Cloudy, Light bulb, Fluorescent, Fluorescent H, Custom
  • เลนส์ที่ใช้ได้     4.3 – 43.0 mm (35 mm equivalent: 24 – 240 mm)
  • ชนิดของภาพ (File Format)     JPEG compression, (Exif 2.3 [Exif Print] compliant) / Design rule for Camera File system, Digital Print Order Format [DPOF] Version 1.1 compliant
  • โหมดความเร็วในการถ่ายภาพ (Shooting Modes)     Smart Auto (32 scenes detected), P, Portrait, FaceSelf-Timer, Low Light (5.0 MP), Fish-eye Effect, Miniature Effect, Toy Camera Effect, Monochrome, Super Vivid, Poster Effect, Fireworks, Long Shutter Easy Auto activated by default
  • แบตเตอร์รี่ (Battery)     Rechargeable Li-ion Battery NB-11L / NB-11LH (NB-11L battery and charger supplied)
    Battery life Approx. 190 shots Eco Mode: Approx. 245 shots Playback Mode: Approx. 240 min

ทำการบ้านเรื่อง EXPOSURE TRIANGLE

ทำการบ้านเรื่อง EXPOSURE TRIANGLE

ทำการบ้านเรื่อง EXPOSURE TRIANGLE ความสัมพันธ์ของสามค่า SHUTTER SPEED – ISO – APERTURE

เพื่อให้ภาพถ่ายของเราได้ค่าแสงที่โอเคที่สุด ตรงตามความต้องการที่สุด เราควรจะเข้าใจเรื่องความสัมพันธ์ของค่าแสง หรือ Exposure Triangle จะมีสามค่าด้วยกันคือ Aperture หรือ รูรับแสง, Shutter Speed หรือ ความเร็วชัตเตอร์ และ ISO หรือค่าความไวแสง

นอกจากนี้เรายังจำเป็นต้องทำความเข้าใจเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างการควบคุมทั้งสามค่านี้ เมื่อเราปรับตัวเลือกเหล่านี้สักตัว เราก็ต้องเข้าใจว่ามันจะกระทบอะไรกับภาพถ่ายของเรา หรือกระทบกับค่าอื่น ๆ ที่เหลือหรือเปล่า

ดังนั้นเรื่อง Exposure Triangle เลยเป็นเรื่องที่สำคัญมาก ๆ ดังนั้นถ้าหากว่าเราอยากจะอ่านเพิ่มเติมเรื่องนี้ผมทำไว้เรียบร้อยแล้ว

อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับเรื่องของ EXPOSURE TRIANGLE

  • Exposure Triangle พื้นฐานการตั้งค่า Aperture, Shutter Speed, ISO รู้เรื่องนี้ ถ่ายโหมด M ได้แน่นอน!

เทคนิคถ่ายภาพตอนกลางคืน

เทคนิคถ่ายภาพตอนกลางคืน

แน่นอนว่าแสงเป็นสิ่งสำคัญในการถ่ายภาพ ในช่วง กลางวัน ใครๆ ก็ถ่ายภาพได้ แต่ถ้าหากเป็นตอนกลางคืนที่ไม่มีแสงหรือแสงน้อย จะถ่ายอย่างไร เราสามารถถ่ายภาพกลางคืนให้สวยงามและโดดเด่นได้ เพียงแต่เราต้องเตรียมตัว รู้หลักเล็กๆ น้อยๆ และฝึกฝนบ่อย ๆ เพียงเท่านี้เราก็จะมีโอกาสถ่ายภาพหลังดวงอาทิตย์ตกได้สวยงามแน่นอน การเตรียมความพร้อมทั้งคนและอุปกรณ์ถือเป็นเรื่องสำคัญ ควรเตรียมหาสถานที่ถ่ายที่เหมาะสม โดยคำนึงถึงปัจจัยที่ทำให้ภาพถ่ายตอนกลางคืนสวย ขึ้นอยู่กับท้องฟ้า สภาพอากาศ และการโคจรของดวงจันทร์ ก่อนออกไปถ่ายภาพ Landscape ภาพถ่ายวิวทิวทัศน์ และ Star trail การถ่ายภาพดาว และใช้แอปพลิเคชั่นจำลองท้องฟ้า เพื่อจำลองท้องฟ้าในคืนที่อยากออกไปถ่าย แต่ถ้าอยากได้ภาพถ่ายดาวเหนือสวยๆ

เริ่มถ่ายก่อนท้องฟ้ามืด ช่วงเวลาก่อนมืดนี้ก็เป็นช่วงที่ช่างภาพห้ามพลาด เพราะทันทีที่ดวงอาทิตย์ใกล้ลับขอบฟ้า ท้องฟ้าจะเปลี่ยนสีอย่างรวดเร็ว ดังนั้นให้เตรียมตัวถ่ายก่อน เพื่อให้ได้ช่วงภาพถ่ายดวงอาทิตย์ตก รวมไปถึง blue hour ช่วงเวลาหลังดวงอาทิตย์ลับขอบฟ้าไปแล้ว ท้องฟ้าจะเป็นสีน้ำเงิน บางทีก็ปนสีส้มและสีแดงด้วย ซึ่งเป็นช่วงที่สวยที่สุด

เตรียมอุปกรณ์ดีๆไปด้วย

  • ขาตั้งกล้อง ในการถ่ายภาพที่แสงน้อยอย่างตอนกลางคืน ซึ่งต้องถ่ายโดยการเปิดชัตเตอร์นาน ๆ ทำให้ไม่สามารถถือกล้องถ่ายภาพได้ ดังนั้นจึงมีตัวช่วยคือขาตั้งกล้อง ซึ่งทำให้ได้ภาพถ่ายที่คมชัดไม่เบลอ และป้องกันไม่ให้กล้องสั่น
  • เลนส์มุมกว้าง คือตัวเลือกที่ดีที่สุดสำหรับการถ่ายภาพในช่วงเวลากลางคืน ทางยาวโฟกัสอยู่ในช่วง 14-24 mm เลนส์มุมกว้างจะช่วยให้มุมมองของภาพกว้างขึ้น เก็บรายละเอียดภาพได้มากขึ้น และช่วยให้ภาพคมชัดมากขึ้นเมื่อใช้กับ ค่า f มาก ๆ 
  • ไฟฉาย เมื่อต้องการ การใช้ฉากหน้าในภาพถ่าย เพื่อทำให้ภาพมีองค์ประกอบอื่นที่น่าสนใจ ในเวลากลางคืนไฟฉายเป็นตัวช่วยที่ดี เพื่อให้เราเห็นวัตถุชัดเจน และง่ายต่อการโฟกัส 
  • รีโมท เมื่อเปิดความเร็วชัตเตอร์นาน ต่อให้กล้องมีการเคลื่อนไหวเพียงเล็กน้อย ภาพก็เบลอได้ ทางแก้ปัญหาอีกวิธีหนึ่ง เมื่อตั้งค่าการถ่ายภาพกลางคืนแบบ Long Exposure ให้ใช้รีโมทช่วย

ตั้งค่ากล้องให้พร้อม

เมื่อจะตั้งค่ากล้องสำหรับถ่ายภาพในช่วงกลางคืน จำไว้ให้ดีว่าการตั้งค่าต้องพอดีกับแสงซึ่งมีการเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา โดยมีสามหลักใหญ่ ๆ ที่ควรคำนึงถึงเวลาตั้งค่าถ่ายรูปตอนกลางคืน

1. Shutter Speed ความเร็วของชัตเตอร์ 

ช่างภาพตอนกลางคืนจะตั้งค่าความเร็วของชัตเตอร์ช้า ทำให้จับภาพ อย่างการเคลื่อนไหวของผิวน้ำ แสง ออกมาให้เห็นเป็นเส้นสาย และทำให้ภาพดูสวยงาม ส่วนการถ่ายภาพดาวที่เป็นเส้น Star Trail ต้องเปิดชัตเตอร์ค้างไว้ตั้งแต่ 30 วินาที ถึง 5นาที หรืออาจนานกว่านั้น หรือจะใช้ bulb mode ก็ได้

2. Aperture ค่ารูรับแสง 

เมื่อใช้ความเร็วชัตเตอร์ช้าแล้ว ก็มาตั้งค่ารูรับแสงให้แคบ แต่ถ้าต้องการจับภาพให้เร็วขึ้น ก็ให้ใช้ความเร็วชัตเตอร์เร็วขึ้น แล้วก็ต้องตั้งค่ารูรับแสงกว้างเพื่อให้แสงเข้าได้มากขึ้น แต่ทั้งนี้การตั้งค่ารูรับแสงขึ้นอยู่กับว่าเราอยากได้ภาพถ่ายแบบไหน

3. ISO ค่าความไวแสง 

ISO มีผลต่อภาพ เมื่อถ่ายภาพในช่วงเวลากลางวันที่มีแสงเยอะ จะใช้ค่า ISO ต่ำ คือ 100 – 200 แต่เมื่อถ่ายภาพในช่วงกลางคืน จะต้องเพิ่มค่า ISO ให้สูงขึ้น ขึ้นอยู่กับสภาพท้องฟ้าในคืนนั้น ในกรณีที่ถ่ายภาพโดยไม่มีขาตั้ง ก็อาจจะต้องใช้ ISO สูงๆ เพื่อให้สามารถใช้ความเร็วชัตเตอร์เร็วพอที่มือเราจะสามารถถือกล้องถ่ายได้ แต่ในกรณีที่มีขาตั้งกล้องก็ใช้ ISO ต่ำไป

Focus infinity โฟกัสวัตถุระยะไกล

ในตอนกลางคืน วัตถุที่อยู่ไกลออกไป อย่างเช่นเทือกเขา หรือดาว ทำให้เราโฟกัสได้ยากขึ้น ให้ตั้งกล้องบนขาตั้งกล้อง แล้วเปลี่ยนมาใช้โฟกัส Manual จะดีกว่า หมุนวงแหวนโฟกัสไปที่ Infinity ให้ทดสอบดูด้วยการเปิดค่า ISO สูง ๆ ร่วมกับการใช้รูรับแสงแคบๆ เพื่อให้เกิดระยะชัดที่ครอบคลุมทั้งภาพแล้วตั้งความเร็วชัตเตอร์ให้เร็วก่อน เพื่อที่ว่าเราจะได้ไม่ต้องเสียเวลารอภาพถ่ายนานๆ และดูว่าภาพที่ถ่ายได้เป็นอย่างไร จากนั้นถึงค่อยปรับลดค่า ISO กับค่ารูรับแสงตามที่ต้องการ และปรับความเร็วชัตเตอร์ให้นานขึ้น

Foreground เทคนิคการใช้ฉากหน้า

ถือเป็นเรื่องธรรมดากับการโฟกัสเฉพาะท้องฟ้า แต่บางทีก็ต้องทำให้ภาพน่าสนใจ นั่นคือเทคนิคการถ่ายฉากหน้า Foreground โดยมีองค์ประกอบอยู่หน้าฉาก สิ่งที่ต้องระวังคือไม่ให้ฉากหน้าเด่นกว่าฉากหลังที่เรากำลังเล่าเรื่องราวของภาพ จริงๆแล้วฉากหน้าคือหัวใจสำคัญของการถ่ายภาพด้วยเลนส์มุมกว้าง มันเป็นพระเอกในการสร้างมิติให้กับภาพและช่วยทำให้ภาพดูไม่แบน

nikon coolpix b600

nikon coolpix b600 รีวิว

เก็บภาพช่วงเวลาและเหตุการณ์ที่สำคัญด้วย COOLPIX B600 กล้องคอมแพครุ่นล่าสุดจาก Nikon สัมผัสความคล่องตัวที่แท้จริงและพลังในการซูมเข้าใกล้ให้เห็นชัดถึงความเคลื่อนไหว ด้วยการซูมแบบออพติคอล 60 เท่าและ Dynamic Fine Zoom 120 เท่า1พร้อมความสามารถในการเข้าใกล้มากยิ่งขึ้นอีกด้วยโหมดมาโคร มองเห็นโลกในความคมชัดตรึงสายตาที่ความละเอียด 16 ล้านพิกเซลและค่าความไวแสง ISO 6400 กล้อง COOLPIX B600 สมบูรณ์แบบด้วยความสะดวกพกพาและมีน้ำหนักเบาเพียงประมาณ 500 กรัม ถ่ายภาพแล้วแชร์กับเพื่อนและครอบครัวได้ในทันทีด้วย SnapBridge 2.5 และการเชื่อมต่อ Wi-Fi

สมบูรณ์แบบทั้งใกล้และไกล

ถ่ายภาพสวยๆ ทั้งในระยะใกล้และไกลได้ด้วย COOLPIX B600 ซึ่งมาพร้อมกับการซูมแบบออพติคอล 60 เท่าและ Dynamic Fine Zoom 120 เท่า คุณจึงถ่ายภาพวัตถุจากระยะไกลได้โดยที่คุณภาพของภาพยังเป็นเลิศ ขยายวัตถุที่เล็กจิ๋วให้เห็นชัดๆ ด้วยโหมดมาโคร และเก็บภาพวัตถุที่มีรายละเอียดซับซ้อน เช่น ดอกไม้ จากระยะใกล้ถึง 1 ซม. คุณจึงเพลิดเพลินกับตัวเลือกการถ่ายภาพได้หลากหลายด้วย COOLPIX B600

สมรรถนะที่มาพร้อมกับความอเนกประสงค์

จัดองค์ประกอบภาพให้งดงามดั่งใจได้ง่ายๆ ด้วย COOLPIX B600 กล้องคอมแพคที่มาพร้อมกับ 16 ล้านพิกเซลใช้งานจริง ค่าความไวแสง ISO 6400 และเซ็นเซอร์ CMOS แบบรับแสงด้านหลัง ให้คุณสัมผัสประสบการณ์ถ่ายภาพที่คมกริบชัดเจนในสถานการณ์หลากหลาย เต็มที่กับพลังความสร้างสรรค์ของคุณด้วยสารพัดฟังก์ชันภายในตัวกล้อง ไม่ว่าจะเป็นเอ็ฟเฟ็กต์ฟิชอายและฟิลเตอร์อีกมากมาย ตัวเลือกโหมดอัตโนมัติจะช่วยให้คุณมั่นใจได้ว่าจะได้ภาพที่ดีที่สุดในทุกสภาพแสง

ระบบการทำงานที่โดดเด่น

ออกไปตระเวนถ่ายภาพได้อย่างคล่องตัวด้วย COOLPIX B600 ซึ่งมีตัวกล้องขนาดกะทัดรัดน้ำหนักเบา ด้วยน้ำหนักประมาณ 500 กรัม อีกทั้งตัวกล้องยังโดดเด่นด้วยส่วนจับที่รับกับสรีระของมือ คุณจึงจับถือได้อย่างสะดวกสบายและง่ายดายอย่างยิ่ง ถ่ายภาพและฉากต่างๆ ที่ดูนุ่มนวลด้วยระบบลดภาพสั่นไหวด้วยการปรับชิ้นเลนส์ ช่วยให้คุณถ่ายวิดีโอโดยใช้มือถือกล้องได้โดยมีการพร่ามัวน้อยที่สุด สำหรับผู้ที่ต้องการถ่ายภาพชั่วขณะตรงหน้าแบบทันทีทันใด ระบบออโตโฟกัสค้นหาเป้าหมายจะช่วยตรวจจับวัตถุที่คุณหมายตาภายในฉากให้โดยอัตโนมัติในฉับพลัน คุณจึงพร้อมถ่ายภาพที่ยอดเยี่ยมระหว่างอยู่นอกสถานที่

พลังซูมแบบออพติคอล 60 เท่าและ DYNAMIC FINE ZOOM 120 เท่า ในตัวกล้องขนาดกะทัดรัด

กล้อง COOLPIX B600 มีการซูมแบบออพติคอล 60 เท่าที่ให้คุณใช้ได้ตั้งแต่มุมกว้าง 24 มม.(*1) ไปจนถึงซูเปอร์เทเลโฟโต้ 1440 มม.(*1) แถมยังมีตัวเลือกให้เพิ่มขึ้นได้อีกจนถึงประมาณ 2880 มม.(*1) โดยการใช้ Dynamic Fine Zoom 120 เท่า(* 2) คุณจึงสามารถถ่ายภาพได้ทุกอย่าง ตั้งแต่ภาพทิวทัศน์อันกว้างใหญ่ไพศาลไปจนถึงภาพโคลสอัพวัตถุที่อยู่ไกลออกไป ยิ่งไปกว่านั้น เมื่อใช้โหมดมาโคร กล้องจะสามารถโฟกัสวัตถุได้ใกล้มากถึงประมาณ 1 ซม./0.4 นิ้วจากเลนส์

ถ่ายภาพนิ่งและภาพยนตร์ที่สวยงามคมชัด

ด้วย 16.0 ล้านพิกเซลใช้งานจริง เซ็นเซอร์ CMOS แบบรับแสงด้านหลัง ระบบประมวลผลภาพ EXPEED ที่ก้าวล้ำ และเลนส์สมรรถนะสูงจาก NIKKOR ทำให้กล้อง COOLPIX B600 พร้อมรับมือสถานการณ์แสงน้อยได้อย่างสบายๆ โดยให้ผลลัพธ์เป็นรายละเอียดที่ชัดเจนและคอนทราสต์ที่ดีเยี่ยม ระบบ VR ด้วยการปรับเลนส์ที่ให้ผลเทียบเท่าความความไวชัตเตอร์เร็วขึ้น 3.0 สต็อป* ช่วยให้คุณได้ภาพที่คมกริบชัดเจนในทุกช่วงการซูม ในการบันทึกภาพยนตร์ ระบบ VR แบบไฮบริด 4 แกน (VR แบบปรับเลนส์ + VR แบบอิเล็กทรอนิกส์) ทำให้มั่นใจว่าภาพจะดูนิ่งได้แม้ว่าคุณเคลื่อนกล้องไปรอบด้านก็ตาม ไม่ว่าคุณจะอยู่ในสภาวะที่มืดทึมหรือถ่ายภาพระยะซูเปอร์เทเลโฟโต้ ก็คาดหวังได้ในภาพนิ่งและภาพยนตร์คุณภาพสูงที่ลดอาการกล้องสั่นลงเหลือเพียงเล็กน้อย

ความสร้างสรรค์มากับกล้อง แต่ฝีมือเป็นของคุณ

COOLPIX B600 มาพร้อมกับ 19 โหมดสำเร็จรูป โดยให้ผู้ใช้เลือกโหมดใดโหมดหนึ่งตามสถานการณ์ จากนั้นกล้องจะปรับการตั้งค่าให้เหมาะสมที่สุด ฟังก์ชัน Multiple Exposure Lighten เป็นหนึ่งในโหมดสำเร็จรูป นี่คือวิธีการที่ใช้ได้ดีเมื่อคุณต้องการถ่ายภาพเส้นแสง เช่น แสงไฟรถยนต์ที่วิ่งอยู่หรือการเคลื่อนที่ของดวงดาว โดยระบบจะนำหลายภาพที่ถ่ายโดยใช้เทคนิคการถ่ายภาพแบบเว้นช่วงเวลามาเปรียบเทียบกัน แล้วประกอบส่วนที่สว่างที่สุดเข้าด้วยกันโดยอัตโนมัติ ต่อด้วยโหมดภาพบุคคลอัจฉริยะ คุณสามารถเพิ่มความดูดีให้ใบหน้าของบุคคลโดยใช้เอ็ฟเฟ็กต์ต่างๆ เช่น สีผิวหน้านุ่มนวล เติมรองพื้น โหมดสร้างสรรค์ช่วยให้คุณสร้างสรรค์ภาพถ่ายได้ในแบบที่ตรงใจ โดยเลือกจากเอ็ฟเฟ็กต์ 9 รูปแบบ กล้องจะบันทึกสี่รูปแบบจากเอ็ฟเฟ็กต์ที่คุณเลือกและอีกหนึ่งภาพโดยไม่มีเอ็ฟเฟ็กต์มาให้พร้อมกันในภาพเดียว จึงเป็นตัวเลือกหลากหลายชุดตามความเหมาะสม เช่น รูรับแสง คอนทราสต์ และการปรับปรุงคุณภาพสี

ระบบการทำงานเหนือระดับในแบบกล้องที่ให้พลังการซูมประสิทธิภาพสูง

ถึงแม้ว่าตัวกล้องมีน้ำหนักเบา กะทัดรัด และง่ายต่อการพกพา COOLPIX B600 ก็ยังให้คุณสามารถควบคุมการสร้างสรรค์ได้ในขณะที่วัตถุหรือสถานการณ์เปลี่ยนแปลง แป้นหมุนเลือกโหมด 10 ตำแหน่งให้คุณเข้าถึงโหมดถ่ายภาพที่ต้องการได้ในทันที ปุ่มซูมย้อนกลับอย่างรวดเร็วช่วยให้จัดกรอบภาพได้ง่ายดายยิ่งขึ้นระหว่างการถ่ายภาพวัตถุที่เคลื่อนไหวรวดเร็วผ่านช่องมองภาพหรือในการถ่ายภาพเทเลโฟโต้ โดยจะขยายมุมมองภาพเพิ่มขึ้นชั่วคราวหากวัตถุหลุดสายตาออกไป และปุ่มควบคุมการซูมด้านข้างก็จะช่วยให้คุณควบคุมการซูมได้ในขณะที่ยังถือกระบอกเลนส์อย่างมั่นคง เพื่อป้องกันไม่ให้กล้องสั่นอย่างไม่จำเป็น

ภาพยนตร์ FULL HD พร้อมตัวเลือกหลากหลาย รวมถึงโหมดแสดงหนังสั้น

COOLPIX B600 ไม่ได้มีดีเพียงแค่ภาพนิ่งเท่านั้น แต่ยังถ่ายภาพยนตร์ Full HD 1080/60i (50i) ในงานปาร์ตี้และกิจกรรมต่างๆ ได้อย่างงดงาม มาพร้อมด้วยระบบ VR แบบไฮบริด 4 แกนและการบันทึกเสียงสเตอริโอ อีกทั้งยังบันทึกเฟรมเก็บไว้เป็นภาพนิ่งระหว่างการบันทึกภาพยนตร์ได้ด้วย เมื่อใช้โหมดแสดงหนังสั้น ไฟล์ภาพยนตร์หลายไฟล์ที่บันทึกไว้ด้วยความยาวคงที่จะถูกนำมารวมเข้าด้วยกันโดยอัตโนมัติ คุณจึงเก็บรักษาความทรงจำไว้ได้ในรูปแบบคลิปภาพยนตร์ 30 วินาทีที่มีชีวิตชีวา โดยคุณยังปรับใช้เอ็ฟเฟ็กต์พิเศษและซาวด์แทร็กสี่รูปแบบได้ตามความต้องการ

ภาพถ่ายของคุณจะไปอยู่ในสมาร์ทโฟนก่อนที่คุณจะรู้ตัวเสียอีก

SnapBridge ช่วยทลายกำแพงที่กั้นกลางระหว่างกล้องกับอุปกรณ์อัจฉริยะโดยการใช้ Bluetooth® และแอพเฉพาะ(*1) กล้องจะรักษาการเชื่อมต่อตลอดเวลาระหว่างอุปกรณ์ทั้งสอง ทำให้สามารถถ่ายโอนรูปภาพโดยอัตโนมัติจากกล้องได้ในขณะที่คุณถ่ายภาพ อีกทั้งยังให้คุณอัพโหลดภาพขนาดย่อได้ฟรีโดยไม่จำกัดไปที่บริการคลาวด์ NIKON IMAGE SPACE (*2) พร้อมทั้งฝังข้อมูลสถานที่ วัน/เวลา และข้อมูลเครดิต (เช่น ลิขสิทธิ์ ความคิดเห็น ข้อความ และตราประทับ) ในภาพถ่ายของคุณด้วย บวกกับการรองรับ Wi-Fi® ที่ช่วยให้การเชื่อมต่อไร้สายสะดวกมากยิ่งขึ้นอีก คุณจึงสามารถถ่ายภาพตัวเองจากระยะไกลหรือเข้าไปอยู่ในภาพหมู่ได้โดยใช้รีโมตคอนโทรลกล้อง จากนั้นแชร์ภาพของคุณในทันทีผ่านระบบไร้สาย

หลีกเลี่ยงการที่ทำให้กล้องสั่นไหว

หลีกเลี่ยงการที่ทำให้กล้องสั่นไหว

หลีกเลี่ยงการที่ทำให้กล้องสั่นไหว การทำให้เกิดภาพเบลอ (ควรเข้าใจด้วยว่าทำไมภาพนี้ถึงชัด ภาพนี้ถึงเบลอ เกิดจากอะไร?)

กล้องสั่นหรือ เบลอ เป็นสิ่งที่คนถ่ายรูปไม่ว่าจะเริ่มต้นหรือมีประสบการณ์แล้วต้องเซ็งแน่ ๆ แต่สำหรับมือใหม่นี่คือวิธีที่หลีกเลี่ยงเรื่องการสั่นไหวของกล้องหรือเบลอได้

ขั้นแรก เราก็ต้องเรียนรู้การถือกล้องอย่างถูกต้อง (เบสิกสุด) ใช้มือทั้งสองข้างถือกล้องไว้ ด้านขวาจับที่กล้องและ Grip ให้กระขับมือ ส่วนมือซ้ายประคองเลนส์ไว้ อันนี้พื้นฐานหลายคนก็รู้แล้วแหละ แต่ก็ยังมีอีกเรื่องนึง

การถ่ายภาพด้วยการถือกับมือเปล่า ๆ ควรตรวจสอบว่าเราใช้ความเร็วชัตเตอร์ที่เหมาะสมกับทางยาวโฟกัสของเลนส์เราไหม หากความเร็วชัตเตอร์ของเราช้าเกินไป การเคลื่อนไหวที่เกิดขึ้นไม่ว่าจะเป็นตัวกล้องเอง หรือมือเรา มันก็จะทำให้ภาพออกมาเบลอ กฎง่าย ๆ ที่ไม่ควรลืมคือ ถ้าจะถือด้วยมือเปล่าอย่าใช้ความเร็วชัตเตอร์ที่ต่ำกว่าทางยาวโฟกัส

ดังนั้นถ้าเราใช้เลนส์ระยะ 100mm ความเร็วชัตเตอร์เราก็ไม่ควรจะต่ำกว่า 1/100 ครับ ในกรณีที่ถือกับมืออะนะ เว้นแต่ว่ากล้องจะมีระบบชดเชยกันสั่นที่ดี หรือใช้ถ่ายภาพกับขาตั้ง ก็สามารถชดเชยตรงนี้ได้ แต่ในประเด็นนี้ให้เข้าใจก่อนว่า ความเร็วชัตเตอร์ไม่ควรน้อยกว่าทางยาวโฟกัส

อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับเรื่องของความเร็วชัตเตอร์ได้ที่นี่

  1. คู่มือ Shutter Speed และเรื่องที่มือใหม่ต้องรู้เกี่ยวกับการถ่ายภาพ
  2. เคล็ดลับสำหรับมือใหม่ในการถ่ายภาพให้นิ่งและไม่เบลอ

Canon EOS M10

Canon EOS M10

Canon EOS M10 กล้อง Mirrorless รุ่นเล็กที่สุดจากทาง Canon ในตระกูล EOS-M เน้นใช้งานง่าย มีลูกเล่นมากมาย สำหรับมือใหม่ เน้นใช้งานผ่านหน้าจอสัมผัส ลูกเล่นที่อย่างมี Wi-Fi ในการเชื่อมต่อเข้าโทรศัพท์มือถือ ที่สำคัญราคาไม่แพง

แต่วันนี้ทีมงานจะมารีวิวกล้องโดยไม่เน้นการใช้งานแบบถ่ายสาว แต่จะออกไปถ่ายแบบจริงจัง เหมือนกล้องรุ่นใหญ่ๆ ที่ทีมงานใช้งานอยู่ จะเป็นอย่างไรไปติดตามกัน ซึ่งก่อนรีวิว เราไปสเปคกันก่อนแบบง่ายๆ สั้นๆ

สเปค Canon EOS M10

  • เซนเซอร์ CMOS ขนาด APS-C ความละเอียด 18 ล้านพิกเซล
  • โฟกัส Hybrid CMOS AF II จำนวน 49 จุด
  • จอสัมผัสขนาด 3 นิ้ว พับขึ้น 180 องศา
  • ISO 100-12,800 แต่ดันแบบพิเศษได้ 25,600
  • วิดีโอ Full HD 30 FPS ชัดทั่วไป แต่ไฟล์สวยโดยไม่ต้องแต่งเยอะ
  • มี Wi-Fi ไว้ส่งรูปเข้ามือถือได้ สั่งถ่ายภาพได้ แต่สำหรับ Android มี NFC ให้ใช้งาน แตะส่ง ชึ่งทั้งหมดสามารถใช้งานได้ผ่านแอพ Canon Connect
  • น้ำหนัก 301 กรัม รวมแบต รวม SD Card ไม่รวมเลนส์

Canon EOS M10 ใช้วัสดุเป็น พลาสติก โพรี่คาโบเนต ส่วนด้านบนเป็นเรชิ่น ด้านหน้าเป็นปุ่ม ถอดเลนส์ ส่วนด้านบนเป็นปุ่ม กดถ่ายวิดีโอ, ปุ่มชัดเตอร์, Dial, ปุ่มเปิดปิด และปุ่มเลือก Creative Assit (โหมด Auto) โหมดถ่ายภาพ และ โหมดวิดีโอ

ด้านหลังเป็นจอสัมผัสขนาด 3 นิ้ว ปุ่มควบคุม เมนู, ปุ่มกด 4 ทิศทาง, ปุ่ม Playback ด้านขวาเป็นปุ่มกดเชื่อมต่อสมาร์ทโฟน และ NFC สามารถแตะได้ตรงนี้ สำหรับสมาร์ทโฟนที่รองรับการจับถือสำหรับผมที่มือใหญ่พอสมควร การสามารถถือมือเดียวได้สบาย ใช้ไปนานไม่มีอาการปวดใดๆ แต่มีความรู้สึกจะหลุดออกจากมือ

ด้านซ้ายเป็นช่องเสียบ SD Card, Mini USB และ Mini HDMI เมื่อพับจอมาเซลฟี่ เกือบสุดราวๆ 50 เชนติเมตร เลนส์กว้างได้ประมาณนี้ครับ ขอโฟกัสไปที่เลนส์ให้ดูความกว้าง

Sensor / เซ็นเซอร์

กล้อง Canon EOS M10 ใช้เซ็นเซอร์ CMOS ขนาด APS-C (คูณ 1.6) เป็นขนาดที่ใหญ่กว่าคู่แข่งหลายรุ่น ทำให้สามารถทำหน้าชัดหลังเบลอได้มากกว่า,ง่ายกว่าคู่แข่งบางรุ่นเล็กน้อย แถมยังได้คุณภาพรูปภาพที่ดีกว่า

ความละเอียดอยู่ที่ 18 ล้านพิกเซล เหลือเฝือสำหรับการใช้งานทั่วไป อาทิ ถ่ายอาหาร ถ่ายคน แม้กระทั่ง ถ่ายวิวทิวทัศน์ ก็ตาม สามารถ Print ภาพขนาด 24 x 36 นิ้วได้สบาย หรือแม้แต่เอาไปลง นิตรยสารก็เพียงพอ ไม่ต้องกังวล

โหมด Creative Assist

โหมด Creative Assist เป็นโหมดที่ช่วยให้ใช้งานกล้องตัวนี้ได้ง่ายขึ้นมากก สามารถปรับได้เอง โดยไม่ต้องรู้เทคนิคอะไรเลย เพียงแค่เปลี่ยนโหมดเป็น Creative Assist เราสามารถเพิ่มความสว่าง ทำหน้าชัดหลังเบลอ ปรับสีต่างๆ ได้มากมาย shortcut สามารถใช้งานได้ทุกเมนู สามารถเปลี่ยนได้ทั้ง สีของภาพ, ขนาดไฟล์ภาพ (Raw,Jpeg) การวัดแสง, อัตราส่วนของภาพ, ระบบโฟกัส หรือ รวมไปถึง Whites Balances ก็สามารถปรับได้เช่นกัน

เลนส์ EF-M 15-45 mm หรือ เลนส์ Kits ติดกล้อง

มาต่อกันที่เรื่องเลนส์ ซึ่ง Canon EOS M10 มาพร้อมกับเลนส์ 15-45 mm F/3.5-6.3 IS STM ข้อแรกที่ผมไม่ชอบเลยก็คือ เวลาใช้งาน มันต้องมาบิด ปลดล็อคก่อน ใช้จริงค่อนข้างเสียเวลา คุณภาพเลนส์ Kits อยู่ในระดับกลางๆ สมราคา เปิดรูรับแสงแคบ แฉกไฟเกินราคา แต่ก็มีความฟุ้งอยู่ ความคมไม่ได้คมมาก รูรับแสงที่ปลายสุดแคบไปนิด ไม่ค่อยสว่าง โฟกัสได้ค่อนข้างใกล้

แบตเตอรี่ /  Battery

Canon EOS M10 ใช้แบตเตอรรี่รุ่น LP-E12 จากการลองใช้งานพบว่าไม่อึดเท่าไหร่ ควรมีสำรอง 1-2 ก้อน แต่ข้อดีคือ เป็นแบตที่มีความเบามากครับ พกไปใช้งานใส่กระเป๋าไม่เป็นภาระใดๆ

ระบบโฟกัส

กล้อง Canon EOS M10 ใช้ระบบโฟกัส Hybrid CMOS AF II จำนวน 49 จุด โดยรวมไม่ได้เร็วมาก แต่สำหรับงานวิดีโอ ถือว่าทำได้ค่อนข้างดีครับ ระบบ Face detection ก็ทำให้สามารถถ่ายภาพและวิดีโอไปที่ตัวบุคคล มีความแม่นยำ พอสมควรเลย

ข้อดี

  • มีโหมด P AV TV M ให้ใช้งานครบ
  • ถ่ายไฟล์ Raw ได้
  • มีโหมดช่วยเหลือสำหรับมือใหม่
  • ภาพถูกใจสาวๆ
  • มี Wi-Fi ส่งภาพผ่านมือถือได้ผ่านแอพ Canon Connect

ข้อสังเกต

  • เวลาปรับโหมด ต้องใช้ผ่านหน้าจอสัมผัสอย่างเดียว ไม่สามารถเปลี่ยนเวลาใช้ถุงมือได้
  • โฟกัส Continues ไม่สามารถใช้งานได้จริง
  • เลนส์ในระบบมีให้เลือกน้อย
  • แบตเตอรี่ไม่ทนมากนัก
  • โหมด Self Portrait สามารถปรับระดับหน้าเนียนได้เพียง 3 ระดับ
  • ชาร์จแบตกับ Power Bank ไม่ได้

สรุปแล้ว กล้อง Canon EOS m10 เป็นทางเลือกที่ดีหากใครต้องการกล้อง Mirrorless น่ารัก เน้นเชลฟี่ ในงบไม่เกิน 20,000 หรือ 15,000 เพิ่มงบได้นิดหน่อย เพราะว่า มีหน้าจอสัมผัสพับได้ 180 องศา ใช้งานได้ง่าย เซ็นเซอร์ขนาดใหญ่ ทำให้ได้คุณภาพที่ดี ถือว่าเป็นกล้อง Mirrorless ที่คุ้มที่สุด

Panasonic Lumix GF10

Panasonic Lumix GF10

Panasonic Lumix GF10 นี้มากับเซ็นเซอร์ความละเอียด 16 ล้านพิกเซล และชิปประมวลผล Venus Engine ทำให้ถ่ายภาพในที่แสงน้อยได้ดีขึ้นมาก จะเห็นว่า Noise และสีรบกวนจะลดลงเยอะมาก และยิ่งมีการนำ Low-pass filter ออกไปด้วย จึงเก็บรายละเอียดของภาพได้มากขึ้น และในส่วนการโฟกัสก็ทำได้น่าทึ่งมากๆ ไม่พลาดตัวแบบที่เคลื่อนที่เร็วๆ ด้วย Contrast AF พร้อมเทคโนโลยี DFD โฟกัสไวมาก และฟีเจอร์หลายอย่างที่มากับกล้อง ก็ทำให้โหมดของกล้อง Panasonic Lumix GF10 ตัวนี้สุดยอดมากๆ

  • เซ็นเซอร์ Micro four third Live MOS ความละเอียด 16 ล้านพิกเซล 
  • ชิปประมวลผล Venus Engine 
  • ถ่ายภาพ 4K Photo ได้เร็วสูงสุด 30 เฟรมภาพต่อวินาที ที่ความละเอียด 8ล้านพิกเซล
  • Photo Style พร้อมกับสไตล์สีหลากหลาย พร้อมโทนสีสุดฮิตของตระกูล Lumix คือ L.Monochrome
  • Post Focus ถ่ายตอนนี้ โฟกัสทีหลังได้ ชัดแจ๋ว แถมด้วย Focus Stacking
  • Beauty Retouch โหมดเอาใจสาวๆก็มา! ถ่ายปุ้บ สวยใสหลังกล้องเลย เพิ่มเมคอัพ ลบริ้วรอย ใบหน้าเรียวกระชับ ไม่ต้องไปโหลดเข้าสมาร์ตโฟนไปแต่งให้เสียเวลาแล้ว!
  • Night Mode Selfie ถ่ายเซลพี่กลางคืน ไปเที่ยวไม่มีรูปเสียแน่นอน
  • Panasonic Image App ควบคุมกล้องไปจนถึงส่งรูป ตัวเดียวจบในแอปสมาร์ตโฟนเลย 
  • ถ่ายวิดีโอ 4K ได้ที่ 30fps 
  • แบตเตอรี่อึด ทึก ทน ตัวเล็กแต่ชาร์จได้เร็วมาก! จะชาร์ตผ่านแบตเตอรี่สำรองหรือคอมพิวเตอร์ก็ได้ 
  • ใช้เมมโมรี่การ์ดแบบ Micro SD Card ครับ

ถึงประสิทธิภาพจะมากล้นแต่บอดี้ก็ยังขนาดเล็กเหมือนเดิม ด้วยน้ำหนักน้อย ทำให้ Panasonic Lumix GF10 พกพาง่าย สะดวก และที่สำคัญ องค์ประกอบของกล้องนั่นเอง จอทัชสกรีน เพียงแตะจอก็สามารถล็อคโฟกัสได้ทันที พร้อมปรับจอได้ 180 องศา สำหรับถ่ายจากด้านบน หรือ Vlog ก็ได้ มาพร้อมกับแบตเตอรี่ที่ชาร์จได้ทั้งแบตเตอรี่สำรอง เหมาะสำหรับคนที่ไม่อยากพกอะไรเยอะแยะในการถ่ายรูป

ในส่วนโหมดต่างๆก็ทำมาดีมากเลย ทั้งโหมด Beauty Retouch และ Night Mode Selfie ถูกจัดมาเพื่อเอาใจสาวๆ โหมด Beauty Retouch คือ เมื่อถ่ายภาพเสร็จปุ้บ สามารถใส่ Make up ได้ง่ายๆ  ปรับผิวให้ดูกระจ่างใส ลบริ้วรอย ใบหน้าเรียวกระชับ และอีกหลายลูกเล่น ทำให้สามารถแต่งรูปเสร็จตั้งแต่หลังกล้องเลย ไม่ต้องส่งเข้าสมาร์ตโฟนและไปแต่งอีกรอบนึง และ Night Mode Selfie สำหรับสายเที่ยว รูปสวยๆ แฟลชไม่เว่อร์เกินก็สามารถทำได้แล้วเหมือนกัน

สำหรับคนที่เป็นสายสตรีทชอบถ่ายรูป L.Monochrome หรือโหมดถ่ายรูปขาวดำที่ทำมาใน Lumix Series ก็ยังอยู่ ได้ภาพอาร์ตๆตามที่ต้องการเลยครับ ถ้ายังไม่พอ Creative Control หรือ โหมดฟิลเตอร์ก็มีฟิล์เตอร์ให้มากอีก 22 แบบ สำหรับ vlog และผู้ชอบถ่ายวิดีโอ Lumix GF10 ได้รองรับการถ่าย 4K 30fps และสามารถโหลดรูป และ วีดีโอผ่านมือถือได้ด้วย แอปพลิเคชั่น Panasonic Image App

เรียกได้ว่า Panasonic Lumix GF10 เป็นกล้องที่สเป็กต่างๆ และฟีเจอร์จัดมาครบเครื่องเลย ทั้งกับสาวๆ ที่ชอบเซลฟี่ โหมดเซลฟี่ต่างๆ ปรับแต่งความสวยงาม ที่มากับกล้องถือว่าตอบโจทย์การใช้งานได้ดีมาก หรือใครที่ชอบถ่ายภาพนิ่งหรืออัดคลิปวิดีโอด้วยคุณภาพที่ยอดเยี่ยม ก็ถือว่าทำได้ดีมากไม่แพ้กล้องใหญ่ ไม่ผิดหวังเลยจริงๆ นอกจากนี้ยังช่วยให้เราสร้างสรรค์ภาพถ่ายด้วยโทนสีต่างๆ ให้โดดเด่นไม่เหมือนใคร

กฎสามส่วน หรือ RULE OF THIRD

กฎสามส่วน หรือ RULE OF THIRD

กฎสามส่วน หรือ RULE OF THIRD ซึ่งในต่างประเทศใช้ RULE OF THIRD หมายถึงทั้ง กฎสามส่วน และ จุดตัดเก้าช่อง

กฏนี้ช่วยให้เราถ่ายภาพที่น่าสนใจ สะดุดตาได้ โดย กฎสามส่วน และจุดตัดเก้าช่องนี้ เป็นพื้นฐานที่ยังไงก็ต้องสัมผัสและเข้าใจให้ได้ ซึ่งภาพที่ดูน่าสนใจนั้นใช้การจัดองค์ประกอบภาพโดยใช้กฎสามส่วน และจุดตัดเก้าช่องแทบทั้งนั้นเลย ในการใช้ Rule of Third ให้เราจินตนาการถึงเส้นสี่เส้น แนวนอนสอง และแนวตั้งสอง โดยทั้งหมดนี้จะสร้างเป็นตาราง 9 ช่องด้วยกัน

ซึ่งการจัดวางตำแหน่งที่เหมาะสมนั้นก็ตามนั้นเลย ที่เราเรียกจุดตัดเก้าช่องเพราะเราจะวางวัตถุหรือสิ่งที่น่าสนใจไว้ตรงจุดตัดนั่นแหละ ไม่ว่าเราจะถ่ายภาพต้นไม้ ขอบฟ้า ถ้าเราวางจุดสนใจไว้ตรงจุดตัดก็จะทำให้คนดูเพ่งความสนใจไปตรงนั้นนั่นเอง ซึ่งการใช้กฎสามส่วนหรือ Rule of Third นี้ เป็นเรื่องจำเป็นมาก ๆ สำหรับการเริ่มต้นถ่ายภาพให้ดูสมดุลและมีความน่าสนใจ

หากอยากจะลงลึกกว่านี้เรื่องการใช้ กฎสามส่วน และจุดตัดเก้าช่อง สามารถอ่านเพิ่มได้จากทั้งสอบบทความนี้

เจาะลึกเรื่องกฎสามส่วน และ จุดตัดเก้าช่อง (RULE OF THIRD)

  1. กฎสามส่วน สำหรับมือใหม่ที่เพิ่งเริ่มต้นถ่ายภาพ ตั้งแต่ต้นจนจบ
  2. การถ่ายภาพด้วยกฎสามส่วน พื้นฐานของวิธีการจัดองค์ประกอบภาพที่ง่ายที่สุด

สุดยอดไอเดียการถ่ายภาพแต่งงาน

ถ่ายภาพแต่งงาน

1.             ซากุระ หรือ หิมะ ถ่ายภาพแต่งงาน อันนี้ต้องออกเดินทางกันไกลพอสมควร แต่บอกได้เลยว่าคุ้มค่ามากเพราะ หิมะสีขาวที่โปรยปรายเบาๆ หรือ ซากุระสีชมพูที่พลิ้วไหวตามสายลม มันช่างอ่อนหวานและบริสุทธิ์ เปรียบประดุจ ตัวแทนแห่งรักแท้จริง

2.             นั่งหลับบนชิงช้าแล้วอิงพิงกัน สวีตมว๊าก ได้แสงสวยๆ ชิงช้าเก่าๆ มีเถาวัลย์เล็กๆ พันรายรอบไปมา น่ารักน่าชัง สื่อความหมายว่าจะเป็นที่พึ่งพิงของกันและกันทุกเมื่อเชื่อวัน ทุกโมงยาม

3.             ยืนจ้องสบตากัน แล้วใช้คนจำนวนมากเดินสวนกันไปมา โฟกัสมาที่คู่เจ้าบ่าวและเจ้าสาว ประหนึ่งว่าในกลุ่มคนมากมายแต่สุดท้ายเราก็หากันจนเจอ จะให้ดีไปถ่ายกลางถนน ชิบูย่า ตอนคนกำลังข้ามจะเพอร์เฟคมาก 555+ แต่ไกลไปหน่อยนะ

4.             อันนี้ผมไม่น่าจะลืมได้เลย กลางสายฝนที่โปรยปราย ชุดเจ้าบ่าวปละชุดเจ้าสาวเปียกปอน หยดน้ำไหลลู่ลงปลายเส้นทั้งสองกำลังก้มลงจะจูบกัน หวานซะจนหมดมดเป็นเบาหวานได้เลย

5.             ชุดไทยโบราณ หรือชุดอะไรก็ได้ครับ เอาให้เป็นสมัยโบราณ จัดแสงจัดฉากเอาโบราณให้หมด ประมาณว่าชาติที่แล้วเราก็ได้ครองคู่กันเหมือนกับชาตินี้ และจะเป็นอย่างนี้ทุกชาติไป

6.             ภูเขา ยอดเขาสูง ต้องเอาแบบสูงๆเลยนะ อาจะลำบากสักหน่อย เจ้าบ่าวและเจ้าสาวยืนกอดกัน ปลายจมูกเกือบจะแนบชิด ฉาฏหลังเป็นท้องฟ้าที่กว้างใหญ่และขุนเขาที่ยิ่งใหญ่มั่นคง ความหมายชัดเจนมาก รักนี้จะไม่มีวันสลายและยิ่งใหญ่ราวกับท้องฟ้า

7.             ในคืนที่มืดมิด เราสองเดินทางมาพบกันกลางสะพานที่เงียบสงัด และทันใดนั้นก็มีแสงไฟพราวประกายจากดอกไม้ไฟที่เจิดจ้า สุกสกาว สว่างสดใส ณ ปลายฟ้า เปรียบดั่งในค่ำคืนที่มืดมิดนั้นเมื่อเราพบกันเธอกับฉันก็พบกับแสงแห่งชีวิต

เป็นยังไงบ้างครับ สำหรับไอเดียดี ๆ สำหรับการถ่ายภาพพรีเวดดิ้งที่ผมได้เสนอไป หวังว่าจะโดนใจว่าที่เจ้าบ่าว เจ้าสาวกันบ้างนะครับ  อย่าลืมนะครับว่า คงมีโอกาสไม่บ่อยนักที่เราจะได้ถ่ายภาพพรีเวดดิ้ง หรืออาจจะเป็นครั้งเดียวเท่านั้น ดังนั้นคุณควรเอาใจใส่ในทุกขั้นตอนของการถ่าย และร่วมแชร์ไอเดียของคุณกับช่างภาพเสมอ เพื่อให้คุณได้ภาพที่โดนใจคุณมากที่สุด เผื่อว่า หากวันใดที่ความรักพวกคุณอาจจืดจางลง เมื่อกลับมามองภาพนี้ ถ่ายภาพแต่งงาน คุณอาจจะนึกถึงช่วงเวลาที่คุณรักกันมากที่สุด มันอาจจะช่วยเติมความหวานและความเข้าใจให้การใช้ชีวิตคู่ของคุณก็ได้

ไอเดีย สุดเก๋ สำหรับถ่ายภาพพรีเวดดิ้ง

ถ่ายภาพพรีเวดดิ้ง

ไอเดีย สุดเก๋ สำหรับถ่ายภาพพรีเวดดิ้ง           

ถ่ายภาพพรีเวดดิ้ง เมื่อความรักสุกงอมจนมาถึงวันสำคัญ คือวันที่คนสองคนตัดสินใจที่จะแต่งงานและใช้ชีวิตร่วมกัน  หลังจากตกลงค่าสินสอดและวางแพลนต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นวัน เวลา และสถานที่ในการจัดงานแล้ว  ปัจจุบันนี้ นอกจากจะต้องวิ่งวุ่นเตรียมงานต่าง ๆ แล้ว สิ่งสำคัญอีกอย่างที่คู่บ่าวสาวให้ความสำคัญไม่น้อยไปกว่าการเตรียมงาน เตรียมชุด เตรียมของชำร่วยก็คือ “การถ่ายภาพพรีเวดดิ้ง”  โดยภาพพรีเวดดิ้งนั้นนอกจากจะสามารถใช้ประโยชน์ในการจัดตกแต่งงานแล้ว ยังเปรียบเสมือนเมมโมรี่ที่เก็บภาพที่งดงามในช่วงที่คนสองคนรักกันมากที่สุด จนถึงขั้นตกลงใช้ชีวิตร่วมกันอีกด้วย ดังนั้น บ่าวสาวทุกคนย่อมอยากได้ภาพพรีเวดดิ้งที่สวยงาม และตรงตามความต้องการของตนเอง

เรามาดูกันครับว่ามีการถ่ายภาพพรีเวดดิ้งแบบไหน ที่เป็นที่นิยมและเป็นไอเดียใหม่เพื่อคุณจะลองเอาไปใช้บ้าง

  1. ตอนพระอาทิตย์กำลังจะตกดิน ใครๆก็นิยมครับเพราะแสงจะสวยมากและยิ่งได้สนามทุ่งหญ้าโล่งกว้าง หรือริมทะเล ต้องบอกว่า โรแมนติกมว๊ากกก
  2. ถ่ายภาพบนตึกสูง เอาแบบสูงๆเลยนะครับ จับมือกัน แล้วให้ข้างหลังเป็นฉากของแสงไฟยามค่ำในเมืองใหญ่ สื่อความหมายว่าในเมืองที่มีผู้คนมากมายและฉันก็ได้พบเธอ ฮิ้วๆๆๆ!!! น่ารักอะ
  3. เกี่ยวก้อยสัญญา อันนี้เห็นบ่อยครับ ตัวแทนแห่งรักนิรันดร์
  4. ไปเรียกเพื่อนเจ้าบ่าวกับเพื่อนเจ้าสาวมาทั้งหมด แล้วมายืนเรียงกันเป็นรูปหัวใจถ่ายภาพจากมุมสูง หรือถ้าอยากได้หัวใจใหญ่ ก็ไปเรียกแขกมาด้วย 555+
  5. เจ้าบ่าวเจ้าสาว ยืนถ่ายคู่กันครับแต่ เอ๊ะ!!! ไม่ธรรมดาขนาดนั้น เพราะว่าเราจะให้เจ้าบ่างและจ้าวสาว ถือรูปแต่งงานใหญ่ ของคู่พ่อแม่ของเจ้าบ่าวเจ้าสาวเอาไว้ ประมาณว่า นี่คือคู่ที่รักกันและสานต่อตำนานความรักจากสองคู่ในรูปที่ถืออยู่ แหม ! ความหมายดีเชียว
  6. ภาพที่เจ้าบ่าวเจ้าสาวจูบกันครับ แต่เสริมนิดให้มีสไตล์เอาฉากหลังเป็นแยกในงานมายืนเรียงกันเยอะๆ แล้วเอามือปิดตา อันนี้เท่ห์อย่าบอกใคร
  7. ฉากคุกเข่าขอแต่งงาน อันนี้ก็ประทับใจ เจ้าสาวในชุดสีขาวกระโปงบานปลิดปลิวด้วยแรงล้ม เจ้าบ่าวคุกเข่าลงและกุมมือของเธอไว้ ทั้งสองสบตากันในยามที่แสงตะวันสาดแสงอ่อนๆ และมวลหมู่ไม้รายรอบ หาโลเคชั่นสักนิดเพื่อเนรมิตให้ประทับใจ
  8. เทรนลูกโป่งก็ยังใช้ได้ มีกันให้เห็นเกือบทุกงาน ไม่ว่าจะเป็นเจ้าบ่าวหรือเจ้าสาวถือเอาไว้ หรือจะประดับตกแต่งให้เป็นฉากหลัง ก็ยังสื่อความหมายว่ารักของเรานั้นจะล่องลอยไปถึงดวงดาวอยู่ดี
  9. ภาพขาวดำ ยังคงความโรแมนติก ถ่ายภาพพรีเวดดิ้ง ยิ่งได้โลเคชั่น หรือฉากหลังที่เป็นสไตล์เรโทร ก็ยิ่งดูมีมนต์ขลัง