SONY α6600 BODY

α6600 BODY

SONY α6600 BODY

มาต่อกันในกล้องตัวต่อไป คือ “กล้องที่มีความวินเทจที่สุด !” อินเทรนด์มากในขณะนี้กับการเล่น กล้องฟิล์ม นั่นก็คือ กล้อง FUJIFILM X-Pro 3 นั้นเอง ! ด้วย body ภายนอกของกล้องมีการออกแบบมาในรูปแบบของกล้อง Rangefinder (ช่องมองภาพด้านข้างแบบกล้องฟิล์มสมัยก่อน) ให้มีสไตล์ที่ผสมผสานระหว่างกล้องฟิล์มและกล้องดิจิตอล ช่องมองภาพนี้เป็นแบบ Advanced Hybrid Viewfinder ที่สามารถเปลี่ยนสลับให้ใช้ได้ทั้ง Optical View Finder (มองภาพจากช่องมองภาพจริง เห็นภาพจริงตรงหน้า ไม่ได้ผ่านจอ electronic) และ Electronic View Finder (เป็นหน้าจอ electronic ที่มีฟังก์ชั่นหรือการปรับตั้งค่า) แถมที่ตัว body ในสีของ Dura Black และ Dura Silver ยังมีการเคลือบสาร Duratech เพื่อป้องกันลอยขีดข่วนของตัวกล้องอีกด้วย กล้อง FUJIFILM X-Pro 3 ตัวนี้ไม่ได้มีดีแค่หน้าตา ! ในส่วนของฟังก์ชั่น กล้องตัวนี้ยังสามารถถ่ายรูปแบบจำลองสีของฟิล์มที่มีถึง 11 แบบ ในสีที่นิยมในอดีตอย่าง Fujifilm Superia และฟิล์มใหม่ที่เอามาใส่ในตัวกล้องนี้อย่างสี CLASSIC Neg แต่ยังไม่ทิ้งความเป็นกล้องดิจิตอลโดยสามารถถ่ายรูปซ้อนได้ถึง 9 เฟรม และยังนำสีของฟิล์มต่างๆมาใช้ในโหมดนี้ได้ด้วย

มุมระดับสายตา (Eye-level shot)

สายตา

มุมระดับสายตา (Eye-level shot)

  เป็นมุมที่มีความหมายตรงตามชื่อที่เรียก คือคนดูถูกวางไว้ในระดับเดียวกับสายตาของตัวละครหรือระดับเดียวกับกล้องที่วางไว้บนไหล่ของ ตากล้อง โดยผู้แสดงไม่เหลือบสายตาเข้าไปในกล้องในระหว่างการถ่ายทำ มุมระดับสายตานี้ถึงแม้จะเป็นมุมที่เราใช้มองในชีวิตประจำวัน แต่ก็ถือว่าเป็นมุมที่สูงเล็กน้อย เพราะโดยปกติมักใช้กล้องสูงระดับหน้าอก ซึ่งเรียกว่า a chest high camera angle หรือเป็นมุมปกติ (normal camera angle) ไม่ใช่มุมระดับสายตา ซึ่งเป็นมุมที่คนดูคุ้นเคยกับการดูหนังบนจอใหญ่ที่ถ่ายดาราภาพยนตร์ให้ดูใหญ่เกินกว่าชีวิตจริง larger-than-life

ในความหมายอื่นของมุมระดับสายตาในหนังคาวบอย (Western) หมายถึง เป็นมุมของลูกผู้ชาย (standing male adults) จึงวางตำแหน่งของผู้แสดงที่ดูสง่างาม แต่ผู้กำกับหญิงชาวฝรั่งเศสชื่อ Chantal Akerman เป็นคนรูปร่างค่อนข้างเตี้ย ใช้มุมกล้องระดับสายตาเดียวกับเธอแทนความเป็น “ผู้หญิง” ในมุมมองของกล้องถ่ายทำหนังส่วนใหญ่ของเธอ ในขณะที่ Yasujiro Ozu ผู้กำกับชาวญี่ปุ่น

ปฏิเสธที่จะใช้กล้องทำมุมกับผู้แสดง แต่ใช้กล้องระดับสายตามีความสูงประมาณ 3-4 ฟุต สูงจากพื้นเป็นระดับเดียวกับรูปแบบการนั่งแบบญี่ปุ่นในบ้านของตัวละคร Ozu ให้เหตุผลว่า “เขาต้องการให้ตัวละครนั้นมีความเท่าเทียมกัน เป็นแค่คนธรรมดาคนหนึ่ง ไม่ว่าจะเป็นคนดีหรือเลว โดยจะให้ตัวละครเปิดเผยตัวเอง ไม่ใช้มุมกล้องอธิบายให้รู้สึกอย่างใดอย่างหนึ่งโดยเป็นตัวกลาง ไม่มีอคติ เท่ากับเป็นการให้คนดูได้ตัดสินใจเอาเองว่าตัวละครนั้นเป็นคนอย่างไรในหนัง”

Panasonic GF7

Panasonic GF7

Panasonic GF7

สิ่งแรกที่ประทับใจ Panasonic LUMIX GF7 ก็คงจะต้องพูดถึง ระบบช่วยในการถ่ายภาพ Selfie กันก่อนเลย เพราะเป็นตัวชูโรง ของกล้องตัวนี้ และจากการที่ได้ทดลองใช้งาน ในฐานะนักท่องเที่ยว ที่ไต้หวัน ได้ไปเที่ยวตามสถานที่หลักๆ หลายๆแห่ง

แน่นอนว่า ผมก็เพิ่งเคยไปไต้หวันครั้งแรก ก็อยากจะมีภาพตัวเอง คู่กับ landmark ของที่นี่กับเขาบ้าง ปกติ ทริปอื่นๆ ผมต้องพึ่งพา

นักข่าวท่านอื่นๆ ให้เขาช่วยถ่ายภาพผมให้ที แล้วก็สลับๆกันถ่าย กันไปมา ก็ปกติมาทริปทำข่าวแบบนี้ ก็มากันแบบ หัวเดียวกระเทียบลีบกันทั้งนั้น ไม่ได้หอบหิ้วเพื่อนรู้ใจ หรือคนใกล้ตัวไปด้วยได้ซะที่ไหนกัน ก็เพิ่งจะมีทริปนี่แหละ ที่ผมมีรูปตัวเอง ในแนว Selfie กับสถานที่ landmark ของไต้หวัน กับเขาแบบจุใจจริงๆ

เพราะกล้องเขาออกแบบมา เพื่อการนี้โดยเฉพาะ โดยมีระบบช่วยการถ่ายภาพ selfie หลักๆ หรือที่ Panasonic เรียกว่า Hands Free Selfies ที่ต้องพูดถึงอยู่ 2 ลักษณะ

1. Face Shutter : ระบบถ่ายภาพ selfie แบบนี้ เป็นแบบหลัก ที่ผมชอบมากๆ คือ เพียงแค่เราปรับจอกลับมาด้านหน้า แล้วหันกล้องมาถ่ายตัวเอง ปกติเราจะต้องใช้มือกดปุ่มชัตเตอร์ ซึ่งจะทำให้การจับกล้องไม่ถนัด

แต่คราวนี้ไม่ต้องเอานิ้วมาแตะที่ปุ่มชัตเตอร์แต่อย่างใด เพราะแค่กล้องมองเห็นหน้าเรา (หลังจากเราปรับจอภาพไปทางด้านหน้า) ก็จะมีกรอบสี่เหลี่ยมปรากฏขึ้นที่ใบหน้าของเรา (หรือของเพื่อนคนข้าง) ให้คนที่มีกรอบขึ้นล้อมรอบหน้านั้น ยกฝ่ามือขึ้นมาบังหน้าตัวเอง ให้กรอบสีเหลี่ยมที่หน้าเราหายไป จากนั้นก็เอามือออก ให้กรอบสี่เหลี่ยมปรากฏขึ้นมาที่หน้าอีกครั้ง

กล้องก็จะรู้ว่าเราต้องการถ่ายภาพ และเริ่มนับ 1-2-3 แล้วก็กดชัตเตอร์ให้เราเอง โดยที่เราไม่ต้องแตะปุ่มชัตเตอร์แต่อย่างใด หลังจากได้ลองใช้งานระบบ Face Shutter นี้แล้ว ผมชอบมากๆ และรู้สึกสนุก ที่ได้ถ่ายภาพ selfie ตัวเอง

ตามที่ต่างๆ เพราะผมแค่ปรับจอหันมาหาตัวเอง ยืดแขนไปจนสุด จัดองค์ประกอบตัวเอง กับฉากหลัง ให้ได้ตำแหน่งที่ต้องการ แล้วก็ใช้อีกมือ มาบังหน้าตัวเองไว้นิดนึง แล้วก็เอามือออก รอกล้องนับ 1-2-3 แช๊ะ ผมก็ได้ภาพ เท่ห์ กับวิวสถานที่ท่องเที่ยวที่ต้องการแล้ว โดยไม่ต้องเอี้ยวนิ้วมือ ไปกดชัตเตอร์ให้วุ่นวาย แบบการถ่าย selfie แบบเดิมๆ อีกต่อไป

Buddy Shutter : ระบบถ่ายภาพ selfie แบบ buddy นี้เหมาะสำหรับ สาวๆ หรือ คนที่เป็นแฟนกัน เวลาไปเที่ยว ต้องการถ่ายรูปคู่ กับสถานที่ท่องเที่ยว ซึ่งจะง่ายกว่าแบบที่ 1 Face Shutter เข้าไปอีก คือ Buddy Shutter นี้ เราก็หันจอภาพมาหาตัวเอง แบบคล้ายๆกับแบบที่ 1 แต่ไม่ต้องยกมือขึ้นมาบังหน้าตัวเอง

เพียงแค่ต้องมีคน (อย่างน้อย) 2 คน ให้กรอบสี่เหลี่ยม ขึ้นมาบนใบหน้าของทั้ง 2 คน แล้วให้ทั้งสองคน ค่อยๆ เอียงศีรษะเข้าหากัน จนเมื่อกรอบสองกรอบนั้น มาชนกันปุ๊บ กล้องก็จะนับ 1-2-3 แล้วก็ถ่ายภาพให้ทันที Buddy Shutter นี่เหมาะมาก สำหรับคนมีคู่ หรือ คู่หู Buddy ที่ไปเที่ยวด้วยกัน ยกกล้อง เอียงศีรษะเข้าหากัน ก็ได้รูป selfie กันแล้ว ง่ายๆ แบบนี้เลย

Panasonic GF7 ฐานะนักท่องเที่ยว ถือว่าแจ๋มเลยครับ

การจัดแสง

การจัดแสง

การจัดแสง

   ในเรื่องของการจัดแสงมีความสำคัญกับ การ ถ่ายภาพ มาก แม้ว่าจะใช้แสงธรรมชาติเช่นแสงจากดวงอาทิตย์ แต่ในบางครั้งอาจต้องมีการจัดแสงเพิ่มเติมเพื่อให้ภาพนั้นดูดีที่สุด การจัดแสงยังสามารถถ่ายทอดอารมณ์และกำหนดบรรยากาศของภาพได้ ทั้งยังช่วยเสริมจุดเด่น และลบจุดด้อยในภาพถ่ายได้ สำหรับหลักการจัดแสงเบื้องต้นจะประกอบด้วยแสงหลัก 4 อย่างที่สำคัญ คือ

ไฟหลัก (Key Light)เป็นไฟที่ให้ความสว่างกับตัวแบบ โดยจะวางอยู่ด้านข้างกล้อง ซึ่งจะส่องไปยังตัวแบบที่ต้องการ

ไฟลบเงา (Fill Light)เป็นไฟที่ส่องไปยังวัตถุเช่นเดียวกับไฟหลัก ใช้เพื่อลบเงาที่อาจเกิดจากไฟหลักและทำให้เห็นรายละเอียดด้านข้างของวัตถุ โดยแสงจากไฟลบเงาจะสว่างน้อยกว่าไฟหลัก หรือเป็นแสงที่นุ่มนวลกว่านั้นเอง

ไฟแยก (Separation Light or Back Light)ถ้าหากมีเพียงไฟหลัก ก็จะทำให้เกิดเงาหลังตัวแบบ และจะทำให้ตัวแบบดูไม่มีมิติอีกด้วยดังนั้น จึงต้องใช้ไฟแยกซึ่งส่องมาจากด้านหลังของแบบ เพื่อแยกตัวแบบและฉากออกจากกัน

ไฟฉาก (Background Light)เป็นไฟที่ส่องไปยังฉาก เพื่อทำให้ฉากสว่าง และได้เห็นบรรยากาศของฉาก

คุณภาพของแสง ในสภาพแสงที่มีหลายลักษณะ บางครั้งอาจมีความแตกต่างกันของแสงมาก เมื่อเราถ่ายภาพออกมา ภาพที่ได้ก็จะมีค่าคอนทราสต์สูง เช่น แสงช่วงกลางวันที่แดดจัดๆ โดยแสงพวกนี้จะมีความแข็ง ทำให้ส่วนที่ได้รับแสงและส่วนที่เกิดเงาต่างกันอย่างชัดเจนในภาพถ่าย ซึ่งจะเหมาะกับภาพที่ต้องการเน้นให้เห็นรูปทรงของวัตถุ     และในลักษณะทางตรงกันข้ามแสงที่ทำให้เกิดเงาไม่เด่นชัดนัก เรียกว่า แสงนุ่ม เช่นวันที่มีก้อนเมฆมากปกคลุมท้องฟ้า ทำให้ดวงอาทิตย์ส่องโดยตรงไม่ได้ แสงลักษณะนี้จะทำให้ภาพมีค่าคอนทราสต์ที่ต่ำ เหมาะสำหรับการถ่ายภาพที่เน้นรายละเอียดของวัตถุ   สำหรับการถ่ายภาพกลางแจ้งนั้น หลายคนจะกำหนดให้ตัวแบบหันหน้าเข้าหาแสงโดยตรง ซึ่งจะทำให้เกิดเงามืดอย่างชัดเจนบริเวณใบหน้าของแบบ ถ้าเป็นไปได้ควรเลือกทำเลโดยให้ตัวแบบอยู่ในร่ม ภาพถ่ายที่ได่จะมีความสม่ำเสมอของแสงมากกว่า ทั้งยังไม่เกิดเงามืดบริเวณใบหน้า มิเช่นนั้นก็อาจจะเลือกถ่ายภาพในเวลาที่แดดไม่จัดนัก เช่น ช่วงเช้าหรือช่วงเย็น

มุมมองภาพคืออะไร

มุมมอง

มุมมองภาพคืออะไร

จุดดูภาพที่ปรากฏบน จอภาพยนต ร์และ จอโทรทัศน์ ผู้กำกับจะกำหนดว่าจะเสนอภาพจากมุมใด คือให้ผู้ดูมองเห็นภาพจากมุมใดจึงจะน่าสนใจและสมจริงกับเรื่องราวที่เสนอ มุมมองภาพหรือที่นิยมเรียกว่ามุมกล้องโดยทั่วไปจะประกอบด้วย 3 มุม ได้แก่

ภาพมุมสูง (High Angle)
                ตั้งกล้องถ่ายภาพยนตร์และโทรทัศน์ไว้สูงกว่าวัตถุ ถ้าเป็นภาพสถานที่กว้างใหญ่ การถ่ายภาพไกลจากมุมสูงทำให้เห็นภาพได้กว้างไกล เป็นการเปิดฉากแนะนำสถานที่ได้เป็นอย่างดี แต่ถ้าเป็นการถ่ายคน จะเป็นการเสนอให้เห็นว่าคนๆ นั้นไม่สำคัญ เป็นคนต่ำต้อย ไม่สง่าผ่าเผย

ภาพมุมระดับสายตา (Eye Level Angle)
                    ภาพมุมระดับสายตาเป็นภาพที่ตั้งกล้องในระดับสายตาของคน หรือของวัตถุที่ถูกถ่าย ภาพในระดับสายตาเพื่อสื่อความหมายว่าภาพที่ปรากฏจะเป็นภาพให้ความรู้สึก ธรรมดา ไม่เด่นอะไร

ภาพมุมระดับสายตา (Eye Level Angle)
                    ภาพมุมระดับสายตาเป็นภาพที่ตั้งกล้องในระดับสายตาของคน หรือของวัตถุที่ถูกถ่าย ภาพในระดับสายตาเพื่อสื่อความหมายว่าภาพที่ปรากฏจะเป็นภาพให้ความรู้สึก ธรรมดา ไม่เด่นอะไร

APS-C , Micro 4/3เหมาะกับช่างภาพมือใหม่

APS-C , Micro 4/3เหมาะกับช่างภาพมือใหม่

หากคุณเพิ่งหันมาถ่ายภาพด้วย กล้องถ่ายรูป การเลือกกล้องที่มีน้ำหนักเบาและเลนส์ขนาดกะทัดรัด นอกจากจะช่วยในเรื่องราคาแล้ว ยังช่วยให้ไม่ต้องรู้สึกท้อเวลาต้องพกออกไปถ่ายภาพ เพิ่มโอกาสให้คุณได้พัฒนาฝีมือการถ่ายภาพไปด้วยในทางอ้อม หากคุณไม่อยากแบกสัมภาระที่มีน้ำหนักเยอะ

เซนเซอร์แบบ APS-C และแบบ Micro 4/3 น่าจะเป็นตัวเลือกที่เหมาะกับคุณโดยเซนเซอร์แบบ APS-C จะเหมาะกับคนที่ชอบถ่ายภาพแบบซูม ให้วัตถุที่เป็นเป้าหมายในการถ่ายภาพมีขนาดที่ใหญ่เมื่อมองในเฟรมภาพ ส่วนเซนเซอร์แบบ Micro 4/3 จะเหมาะกับการถ่ายภาพวิวทิวทัศน์ ที่มองเห็นวัตถุเป้าหมายจากแนวกว้าง หรือเหมาะกับคนที่ชอบถ่ายภาพแบบมีชัดลึกชัดตื้น

เทคนิคถ่ายภาพเบื้องต้น

ถ่ายภาพ

เทคนิคถ่ายภาพเบื้องต้น

3 เทคนิค ถ่ายภาพ เบื้องต้นสำหรับมือใหม่ นี้ไม่ว่าเราจะเป็นมือใหม่หรือว่าจะเป็นคนที่มีประสบการณ์ถ่ายภาพมาบ้างแล้ว แต่เชื่อว่าทิปส์ทั้ง 10 อย่างนี้จะช่วยปรับปรุงการถ่ายภาพของเราให้ออกมาดีขึ้นแบบง่าย ๆ กันเลยทีเดียว ซึ่งเป็นพื้นฐานหลาย ๆ อย่างที่ทำให้เราเข้าใจเรื่องการถ่ายภาพมากขึ้น

กฎสามส่วน หรือ RULE OF THIRD ซึ่งในต่างประเทศใช้ RULE OF THIRD หมายถึงทั้ง กฎสามส่วน และ จุดตัดเก้าช่อง

กฏนี้ช่วยให้เราถ่ายภาพที่น่าสนใจ สะดุดตาได้ โดยกฎสามส่วน และจุดตัดเก้าช่องนี้ เป็นพื้นฐานที่ยังไงก็ต้องสัมผัสและเข้าใจให้ได้ ซึ่งภาพที่ดูน่าสนใจนั้นใช้การจัดองค์ประกอบภาพโดยใช้กฎสามส่วน และจุดตัดเก้าช่องแทบทั้งนั้นเลย ในการใช้ Rule of Third ให้เราจินตนาการถึงเส้นสี่เส้น แนวนอนสอง และแนวตั้งสอง โดยทั้งหมดนี้จะสร้างเป็นตาราง 9 ช่องด้วยกัน

หลีกเลี่ยงการที่ทำให้กล้องสั่นไหว การทำให้เกิดภาพเบลอ (ควรเข้าใจด้วยว่าทำไมภาพนี้ถึงชัด ภาพนี้ถึงเบลอ เกิดจากอะไร?)

กล้องสั่นหรือเบลอ เป็นสิ่งที่คนถ่ายรูปไม่ว่าจะเริ่มต้นหรือมีประสบการณ์แล้วต้องเซ็งแน่ ๆ แต่สำหรับมือใหม่นี่คือวิธีที่หลีกเลี่ยงเรื่องการสั่นไหวของกล้องหรือเบลอได้ครับ

ขั้นแรก เราก็ต้องเรียนรู้การถือกล้องอย่างถูกต้อง (เบสิกสุด) ใช้มือทั้งสองข้างถือกล้องไว้ ด้านขวาจับที่กล้องและ Grip ให้กระขับมือ ส่วนมือซ้ายประคองเลนส์ไว้ อันนี้พื้นฐานหลายคนก็รู้แล้วแหละ แต่ก็ยังมีอีกเรื่องนึง

ทำการบ้านเรื่อง EXPOSURE TRIANGLE ความสัมพันธ์ของสามค่า SHUTTER SPEED – ISO – APERTURE

เพื่อให้ภาพถ่ายของเราได้ค่าแสงที่โอเคที่สุด ตรงตามความต้องการที่สุด เราควรจะเข้าใจเรื่องความสัมพันธ์ของค่าแสง หรือ Exposure Triangle จะมีสามค่าด้วยกันคือ Aperture หรือ รูรับแสง, Shutter Speed หรือ ความเร็วชัตเตอร์ และ ISO หรือค่าความไวแสง